Thursday, November 04, 2021

“โง่ เลว จน เจ็บ”

จุดแข็งประเทศไทย
1. ที่ตั้ง จะว่าอยู่ใจกลางโลกก็ว่าได้ เพราะรอบข้างมีแต่ประเทศที่มีประชากรมาก เช่น อินเดีย 1,200 ล้านคน จีน 1,400 ล้านคน ญี่ปุ่น 100 ล้าน อินโดนีเซีย 400 ล้านคน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม เกาหลี ล้วนแต่ 100 ล้านคน ซึ่งหมายถึงตลาดการค้า ตลาดอาหารและยาสมุนไพร ที่ใหญ่มหาศาลยิ่ง

2. มีสภาพพื้นที่เป็นแหลม ยื่นลงไปในทะเลระหว่างสองมหาสมุทร คือมหาสมุทรอินเดียและมหาแปซิฟิก เป็นทั้งแหล่งอาหาร ออกเรือหาปลาได้ถึงสองมหาสมุทร ทั้งจะติดต่อค้าขายกับทุกประเทศก็สะดวกยิ่งนัก

3. แผ่นดินอุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธ์ุธัญญาหาร มีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย มีป่าไม้ แหล่งน้ำ กุ้งหอย ปู ปลา ทั้งในน้ำจืดและในทะเล ทุกพื้นที่ในป่า ในบ้าน ในสวน เต็มไปด้วยพืชอาหาร และพืชสมุนไพรมากมายเหลือเกินเป็นทั้งครัว และคลังยาสมุนไพรของโลกไปพร้อมกันได้เลยทีเดียว

4. ใต้ผืนดินก็มีแร่ธาตุนานาชนิด มีแหล่งน้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติ มากมายมหาศาลยิ่งนัก มากกว่าประเทศกลุ่มโอเป็ค หลายประเทศเสียด้วยซ้ำไป

5. มีภูมิปัญญา ในการใช้สมุนไพรที่สืบทอดจากบรรพชนมากมายเหลือเกิน ที่สามารถนำมาวิจัยพัฒนาต่อยอดให้มีประสิทธิภาพเป็นยาสมุนไพรที่มีมาตรฐานในการรักษาโรคได้ไม่แพ้ยาเคมีจากต่างประเทศ สามารถส่งเป็นสินค้าออกไปขายทั่วโลกได้ สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ เสริมความมั่นคงของชาติได้อย่างดี

6. มีธรรมชาติที่สวยงาม มีหาดทรายยาวสองฝั่งทะเล มีน้ำตก มีถ้ำ เพิงผา ป่าไม้ ภูเขา อ่าว แหลม ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ดีมากมาย

7. มีตั้งอยู่ในเขตร้อนที่แดดจัด สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ใช้อย่างไม่ต้องกลัวหมด มีลมบก ลมทะเล ที่สามารถแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ไม่รู้สิ้น

8. มีตั้งอยู่ในเขตที่ไม่เสี่ยงต่อภัยธรรมชาติที่รุนแรง ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหว ไม่มีภูเขาไฟที่คุกรุ่น ไม่มีลมพายุที่รุนแรง เช่น ทอร์นาโด หรือใต้ฝุ่น

9. มีพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาที่มีคำสอนที่สมบูรณ์ ที่เป็นวิทยาศาสตร์มากที่สุดอีกด้วย

10. คนไทยที่จิตใจดี ยิ้มแย้ม มีน้ำใจ มีความฉลาด เรียนรู้เร็ว สามารถพัฒนาได้ง่าย ด้วยจุดแข็งทั้ง 10 ข้อ ดังที่กล่าวมา ดินแดนไทยถือเป็นดินแดนสวรรค์บนดินก็ว่าได้ ใครก็ตามที่ได้เกิดในประเทศนี้ ถือได้ว่าโชคดี ไม่ต่างจากได้เกิดบนสวรรค์ คนไทยส่วนใหญ่ควรจะมีความสุขที่สุดในโลก มีสุขภาพดี ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย มีฐานะมั่งคั่ง ร่ำรวย กันถ้วนหน้า แต่ในความเป็นจริง กลับตรงกันข้าม

จุดอ่อนของประเทศไทย

1. มีคนไทยเพียงไม่กี่ตระกูล ที่เป็นขุนทหาร ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักการเมืองใหญ่ และนายทุนระดับชาติเท่านั้นที่ร่ำรวย ที่เสพสุขอยู่บนกองทุกข์ของประชาชน อย่างล้นเหลือ ราวกับเทพยดาเดินดินก็ไม่ปานแต่คนส่วนใหญ่กลับตกอยู่ในขุมนรกของความยากจน ที่นับวันพวกเขายิ่งจน ยิ่งเป็นหนี้พอกพูนรุนแรง 2. ทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย ป่าไม้กลายเป็นป่าเสื่อมโทรม พื้นที่ทำเกษตรในแม่น้ำลำธาร เต็มไปด้วยสารพิษทางการเกษตรตกค้าง สัตว์น้ำลดลงแทบไม่เหลือเนื่องจากสารพิษปนเปื้อนในน้ำทำให้การขยายพันธ์ุสัตว์น้ำลดลงมาก ส่งผลให้แหล่งอาหารตามธรรมชาติของคนไทยลดลงอย่างน่าใจหาย คนต้องซื้ออาหารจากตลาดในราคาแพงแทบทั้งหมด 3. มีคนเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นโรคมะเร็งมากเป็นอันดับ 1 ของโลก เนื่องจากรับสารเคมีที่ปนเปื้อนในพืชผัก ในอาหารและน้ำเข้าสู่ร่างกายทุกวัน เป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังมีโรคไต โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิต โรคอ้วน ฯลฯ เนื่องจากขาดสภาพแวดล้อมและการดำเนินชีวิตที่เหมาะสม จนคนป่วยล้นทุกโรงพยาบาล ทำให้คนไทยจำนวนมากทุกขเวทนาจากการเจ็บไข้ได้ป่วย 4. ไม่ปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน คนชั่วไม่เกรงกลัวกฎหมาย มียาเสพติด มีอาชญากรรมเต็มบ้านเต็มเมือง คนธรรมดาอยู่ที่ไหนก็ไม่ปลอดภัย 5. การทุจริตคอร์รัปชั่นยิ่งเพิ่มทวีทุกระดับ ยักษ์ใหญ่โกงใหญ่ ยักษ์เล็กโกงเล็กๆ โกงตามที่มีแรงจะโกง บ้านเมืองเข้าสู่ยุค "มือใครยาว สาวได้ สาวเอา" อย่างแท้จริงคือ ชนชั้นนำของไทย ตั้งแต่ปี 2500 ได้ใช้หลัก "รัฐศาสตร์มาร" ในการปกครองบ้านเมือง คือ การปกครองประเทศแบบ ฉ้อฉล หลอกลวง "คดในข้อ งอในกระดูก" "มุ่งทำให้ประชาชนอ่อนแอ" ทำให้ประชาชนตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ " โง่-เลว-จน-เจ็บ " เพื่อให้ปกครองอย่างเอารัด เอาเปรียบ คดโกง ได้สะดวกง่ายดาย ข้อคิดที่น่าวิเคราะห์ ของสังคมไทย ปัญหาความเหลื่อมล้ำในทุกๆ ด้าน ปัญหาความยากจน หนี้สิน ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ แม้จะดูว่าเกิดตามธรรมชาติแต่แท้จริงปัญหาพวกนี้ ล้วนแล้วแต่เติบโต และขยายใหญ่ ลุกลาม ทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากโครงสร้างการปกครองที่ชั่วร้าย ที่รวบอำนาจไว้ที่คนไม่กี่คน ไม่มีระบบถ่วงดุลอำนาจที่ดีพอ ทำให้ผู้ปกครอง ทำหรือไม่ทำอะไรก็ได้ ผู้ปกครองกลายเป็นตัวขัดขวางการแก้ไขปัญหา ทุกปัญหา เร่งให้มีปัญหา และปัญหาขยายใหญ่ขึ้นมากขึ้นทั้งสิ้น

1. วิธีการทำให้ประชาชน "โง่" โดยจัดการที่หลักสูตรการศึกษา ทำให้เด็กไม่รักการอ่าน ไม่ชอบการคิดหาเหตุผล ไม่สอนปรัชญาประชาธิปไตย ไม่สอนประวัติศาสตร์ วีรชนที่เป็นสามัญชน ไม่สอนให้รู้จักการเอาตัวรอดในระบบทุนนิยม ไม่สอนให้รู้จักการรวมตัวกันต่อสู้ปัญหาเศรษฐกิจในรูปกลุ่ม หรือสหกรณ์ ฯลฯ

2. วิธีการทำให้ประชาชน "เลว" เรื่องนี้เน้นที่ปัญญาชน คนชั้นกลาง โดยจัดการที่การศึกษา จะไม่ฝึกการมีวินัย ไม่ปลูกฝังความรู้ทางศาสนาอย่างจริงจัง เพื่อให้คนไม่คิดพัฒนาจิตใจตนเอง เพื่อความเป็นมนุษย์ ไม่ปลูกฝังจิตสำนึกรักชาติให้ปัญญาชน กีดกันการแสดงออกทางการเมืองของนักศึกษาปัญญาชน เพื่อทำให้ปัญญาชนเห็นแก่ตัวให้มากที่สุด เพื่อให้ปัญญาชนคนรุ่นใหม่คิดแต่ประโยชน์ส่วนตน ตัวใครตัวมัน ไม่เห็นใจคนยากคนจน ไร้จิตสำนึกความเป็นมนุษย์ที่จะต้องเอื้อเฟื่อเผื่อแผ่ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้ที่ด้อยกว่าทำได้ ดังนี้ ทางก็สะดวก ไม่มีใครขัดขวางการทุจริต การทำลายชาติของชนชั้นบนแย่ถึงขนาดว่า ถ้าใครพูดถึงการเมือง พูดถึงปัญหาชาติบ้านเมือง ชนชั้นกลางส่วนหนึ่งก็พากันต่อต้าน ไม่ให้พูด ซึ่งเท่ากับ “ปกป้องการคอร์รัปชั่น ปกป้องคนทำลายชาติกันเลยทีเดียว แล้วจะไม่ให้ประเทศนี้ แย่ที่สุดในโลก ได้อย่างไร”

3. วิธีการทำให้ประชาชน "จน" แค่ออกกฎหมายกีดกัน สร้างความเหลื่อมล้ำในการประกอบอาชีพ เช่น กฎหมายการเงิน การธนาคาร การผลิตสุรา และอื่นๆ ที่ไม่เท่าเทียม ออกนโยบายส่งเสริมด้านอุตสาหกรรมเลิกการสนับสนุนด้านเกษตร งดเงินสนับสนุนวิทยาลัยเกษตรในต่างจังหวัด กลับไปสนับสนุนวิทยาลัยการกีฬาแทน ซึ่งไม่ได้พัฒนาอาชีพอะไร ไม่สนับสนุนการวิจัยข้าว ยาง อ้อย พืชสวน ฯลฯ ปล่อยให้มีการบุกรุกทำลายป่าไม้ แหล่งน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งอาหาร และสมุนไพรสนับสนุนปุ๋ย เคมีฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลงเพื่อทำลายสัตว์น้ำในธรรมชาติ ทำลายดิน ทำให้น้ำปนเปื้อนสารพิษแค่นี้ เกษตรกรก็ล้าหลัง แข่งขันไม่ได้ ตกเป็นเบี้ยล่างนายทุนยา ปุ๋ย พันธ์ุพืช-สัตว์ เครื่องจักรกลการเกษตร ฯลฯ แค่นี้เกษตรกร ก็ต้องทิ้งลูก เมีย ไร่ นา ไปหางานทำ เป็นกรรมกรในกรุงเทพฯ การอ้างส่งเสริมอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว จงใจละเลยการเกษตร ซึ่งเป็นอาชีพของคนส่วนใหญ่นั้น ชั่วร้ายเกินที่จะกล่าวอย่าลืมว่าคนสามัญชน จำนวน 66 ล้านคนของไทย ไม่มีใครมีศักยภาพพอที่จะครอบครองเทคโนโลยีสูง หรือเป็นเจ้าของสถานที่ท่องเที่ยว เป็นเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูงได้ อย่างดีก็เป็นได้แต่ลูกจ้าง เป็นทาสนายทุน ประชาชนจะมีรายได้สูงตามที่โม้ว่าเราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังจะเป็นไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างไร

4. วิธีการทำให้ประชาชน "เจ็บ" แค่เว้นภาษีนำเข้ายาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า เพียงอ้างว่าเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้ซื้อของเหล่านี้ได้ถูก ทั้งที่จริงถ้านำธรรมชาติมาคิดเป็นต้นทุนแล้ว มันจะแพงแสนแพงก็ตามนอกจากจะทำให้นายทุนยาพิษรวยจนสะดือปลิ้นแล้ว ยาเหล่านี้ยังไปปนเปื้อนในดิน น้ำ อากาศ นอกจากทำให้ปลา สัตว์น้ำในธรรมชาติแทบสูญพันธุ์แล้ว ยังทำให้คนไทยทุกคนได้รับยาเหล่านี้ผ่านอาหาร สัมผัสโดยตรง ทำให้เจ็บไข้ได้ป่วยด้วยโรคมะเร็ง โรคต่างๆ สารพัด ทำให้ธุรกิจค้าความตายเหล่านี้เติบโตสูบเงินคนไทยไปไม่ต่ำกว่าปีละเก้าแสนล้านบาททีเดียว หลายคนอาจไม่ทราบว่า สารพิษ เคมีเกษตรนั้นปลอดภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่จุลลินทรีย์ชีวภาพกำจัดแมลงที่ปลอดภัย และคนไทยทำได้เอง กลับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม นี่คือความคดในข้อของกฎหมายที่ออกโดยคนชั้นสูง เพียงเพื่อกีดกันด้านการค้า และเพื่อชะลอเทคโนโลยีอินทรีย์ ที่ปลอดภัยและผลิตได้เองอย่างชะงัดนัก

ที่มา : มีคนส่งมาทาง timeline

Tuesday, October 05, 2021

พระมหากษัตริย์ไทยแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ๑๐ รัชกาล ฉบับการ์ตูน

กระทรวงวัฒธรรม จัดพิมพ์หนังสือพระมหากษัตริย์ไทยแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ๑๐ รัชกาลฉบับการ์ตูน โดยจะแจกจ่ายหนังสือ ไปยังห้องสมุด โรงเรียน และสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั่วประเทศ ส่วนรูปแบบ E-Book

Tuesday, August 17, 2021

เรือดำน้ำ ฉบับเข้าใจง่าย

โพสนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง ไม่ได้อยู่ฝ่ายการเมืองใด แต่จะขอพูดเฉพาะประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเรือดำน้ำในมุมของคนที่ทำงานอยู่ในทะเลมาเกือบทั้งชีวิตของการเป็นทหารเรือ ผ่านการฝึกกับมิตรประเทศเพื่อนบ้าน (หรืออาจกลายเป็นคู่ขัดแย้งในอนาคต) มาทุกประเทศ โดยกล่าวถึงเฉพาะในสามประเด็น คือ 

 

1. ทำไมประเทศไทยต้องมีเรือดำน้ำ 

2. ทำไมต้องซื้อตอนนี้ จำเป็นเร่งด่วนจริงไหม 

3.ในช่วงเวลาแบบนี้ เอาเงินจำนวนนี้ไปทำอย่างอื่นไม่ดีกว่าหรือ ผมว่าคนไทยอยากรู้แค่นี้แหละครับ

 

ประเด็นแรก ทำไมประเทศไทยต้องมีเรือดำน้ำ เราจะซื้อมาไว้รบกับใคร มันจะมีสงครามจริงหรือ ผมตอบอย่างสั้นๆว่า ใช่ครับ เราซื้อมาเพราะเราไม่ต้องการที่จะรบกับใครเลยต่างหาก

 

กฎของโลกใบนี้เกี่ยวกับทะเลที่บังคับใช้ร่วมกันทั้งโลก หรือที่เรียกว่าอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 กล่าวเอาไว้ว่า ประเทศใดจะเป็นเจ้าของน่านน้ำใดๆก็ต่อเมื่อ น่านน้ำนั้นอยู่ในเขต200ไมล์ทะเลจากเส้นฐานของรัฐชายฝั่ง (1ไมล์ทะเล เท่ากับ 1.852 กิโลเมตร) 

 

แปลง่ายๆก็คือ ถ้าเราลากเส้นตั้งฉากจากแนวชายหาดของเราออกไปในทะเลได้ไกล 370กิโลเมตร น่านน้ำนั้นจะเป็นน่านน้ำของเรา ที่เรามีสิทธิความเป็นเจ้าของอย่างเต็มที่ ใช้ทรัพยากรที่อยู่ข้างล่างนั้นได้อย่างเต็มที่ และเป็นพื้นที่หวงห้ามสำหรับชาติอื่นไม่ให้เข้ามาใช้ประโยชน์ เพราะขัดต่อกฎหมาย ใครล่วงล้ำเรามีสิทธิขับไล่ หรือถ้ามันเจ๋งกว่าเรา เราก็จะฟ้องนานาชาติให้ช่วยจัดการได้ 

 

ถัดจาก 370กิโลเมตรออกไป คือทะเลสากล(ทะเลหลวง) เป็นน่านน้ำสากลที่ทุกคนในโลกมีสิทธิใช้ผ่านไปผ่านมาร่วมกัน กฎหมายเขียนไว้ง่ายๆแค่นี้ ดูเหมือนง่ายใช่ไหมครับ จริงๆมันก็คงจะง่ายครับ ถ้าทุกประเทศทั่วโลกมีภูมิศาสตร์ตั้งเรียงต่อกันไปในแนวยาว ต่อเนื่องกันไป และประเทศที่ตั้งอยู่ตรงข้ามคนละฝั่งทะเลกัน มีระยะห่างกันเกินกว่า 370 กิโลเมตร มันจะไม่มีปัญหาอะไรเลย ทะเลในโลกนี้ก็จะสงบสุขด้วยกฎหมายฉบับนี้

 

แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ ชาติต่างๆมีภูมิศาสตร์ที่ซับซ้อน เป็นส่วนเว้าส่วนโค้ง มีแหลมมีติ่ง ยื่นล้ำออกไปในทะเล หักงอคดไปคดมา บางแห่งโค้งเข้าหากัน บางชาติก็ตั้งอยู่ตรงข้ามฝั่งทะเลกันแต่มีระยะห่างไม่ถึง200ไมล์ทะเลหรือ370 กิโลเมตร เมื่อต่างคนต่างลากเส้นโดยชอบด้วยกฎหมายออกมาจากแผ่นดินของตัวเอง มันจึงมาจ๊ะเอ๋กันกลางทะเล เกิดเป็นพื้นที่ทับซ้อนเกิดขึ้น ที่กฎหมายโลกก็ไม่สามารถตัดสิ้นชี้ขาดได้ว่ามันเป็นของใคร ได้แต่โยนกลับไปให้เจ้าของรัฐที่มีพื้นที่ทับซ้อนไปตกลงกันเอง

 

ตรงพื้นที่ทับซ้อนต่างๆทั่วโลกนี้เองที่มันเป็นปัญหา เพราะมันไม่ได้มีแต่น้ำทะเลไงครับ ข้างล่างมันเต็มไปด้วยทรัพยากรที่นำมาซึ่งรายได้มหาศาล ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ การประมง และการเป็นเจ้าของเส้นทางขนส่งคมนาคม ซึ่งนำมาซึ่งเม็ดเงินจำนวนมหาศาลกินใช้กันกี่ชั่วอายุคนก็ไม่หมด 

 

เมื่อต่างคนต่างไม่ยอมเสียสิทธิ ก็ต้องมีข้อตกลงกัน ข้อตกลงในที่นี้จะมีขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองชาติอยู่ในระดับที่ต้องเกรงอกเกรงใจกันในระดับหนึ่งเท่านั้น ที่จะบรรลุข้อตกลงใช้ประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่ทับซ้อนนี้ได้อย่างสันติวิธี นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทุกชาติที่มีทะเลต้องมีกองทัพเรือของตัวเอง และต้องพัฒนาให้สมดุลกับกองทัพเรือของประเทศที่เรามีพื้นที่ทับซ้อนกันอยู่ คือถ้าเหนือกว่าไม่ได้ อย่างน้อยต้องไม่ด้อยไปกว่าเขาจนถูกทิ้งห่าง เพราะผู้กุมอำนาจรัฐคือมนุษย์ มนุษย์ที่เปลี่ยนกลุ่ม เปลี่ยนวิธีคิดและนโยบายได้ตลอดเวลา เราไม่มีทางรู้เลยว่าถ้าเข้าเปลี่ยนรัฐบาล นโยบายของเขาจะเปลี่ยนไหม นั่นจึงเป็นสิ่งที่เราประมาทไม่ได้

 

ถ้าวันหนึ่งที่เขามองว่าศักยภาพของเขาทิ้งห่างจากเราไปมากจนเทียบกันไม่ได้แล้ว แล้วเขาอ้างว่าพื้นที่ทับซ้อนตรงนั้นเป็นของเขาตามกฎหมาย และขอใช้ประโยชน์แต่เพียงผู้เดียว เราคงทำได้แต่นั่งกัดฟันน้ำตาซึม และยอมยกน่านน้ำตรงนั้นให้เขาไป เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหลายจุดทั่วโลกครับ ที่เราจะไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้นในน่านน้ำของเราเป็นอันขาด เพราะถ้าเราเสียสิทธิในน่านน้ำตรงนั้นไป ความเสียหายมันจะมากกว่าราคาเรือดำน้ำเป็นร้อยๆลำเสียอีก

 

โฟกัสมาที่น่านน้ำไทย ประกอบด้วยทะเลสองฝั่งคือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน ฝั่งอันดามันผมไม่ขอกล่าวถึงเพราะภูมิศาสตร์ไม่ค่อยซับซ้อน เป็นทะเลเปิดสู่มหาสมุทรอินเดีย ที่ไม่มีรัฐฝั่งตรงข้ามอยู่ในระยะใกล้ มาเป็นเรื่องให้ครุ่นคิด

 

ปัญหาหลักของเราอยู่ในอ่าวไทยครับ ดูจากแผนที่ตามภาพอ่าวไทยเป็นอ่าวปิด กล่าวคือเป็นเวิ้งอ่าวที่อยู่ภายในประเทศไทย ขนาบข้างปิดล้อมด้วยประเทศเพื่อนบ้าน 3 ประเทศ นั่นหมายความว่า เมื่อทุกชาติลากเส้น 200ไมล์จากแผ่นดินตัวเองออกไป จะทำให้เกิดพื้นที่ทับซ้อนทับไปทับมากันทุกประเทศ ลากตรงไหนก็จ๊ะเอ๋กันไปหมด เพราะภูมิศาสตร์มันตั้งอยู่แบบนั้น 

 

และถ้ามองในภาพมุมกว้าง ถ้าเดินทางเข้ามาจากมหาสมุทรแปซิฟิก ปากประตูทางเข้าอ่าวไทยของเรานั้นกลับตั้งอยู่ในเขตทะเลของเพื่อนบ้าน เรือสินค้าเรือน้ำมันต่างๆที่จะเข้ามาประเทศเรา จะเข้ามาไม่ได้เลย ถ้าเขาไม่ยอมให้ผ่าน กล่าวง่ายๆก็คือเป็นน่านน้ำที่เปราะบางต่อการเกิดความขัดแย้งเป็นที่สุด เปราะบางที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ที่นี้ถามว่าถ้าชาติทั้งสี่ เกิดความบาดหมางกันขึ้นวันใด ชาติที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือใครครับ ใช่ครับ ประเทศไทยอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะน่านน้ำของไทยอยู่ในสุด และทางเข้าออกอยู่ในเขตประเทศของเขา 

 

ประเทศไทยของเราใช้ประโยชน์จากอ่าวไทยมากมายมหาศาล ทั้งการนำเข้า ส่งออกสินค้า การขุดเจาะน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ การประมง ถ้าวันใดวันหนึ่งที่อ่าวไทยมีปัญหา ไม่ต้องถึงกับรบกันหรอกครับ สมมุติแค่ง่ายๆว่าเขาบอกว่าปากทางเข้าอ่าวไทยที่ตั้งอยู่ในเขตประเทศเขา เขาไม่อนุญาตให้เรือที่จะเข้ามาติดต่อกับไทยผ่านเข้า แค่นี้ก็ชิบหายแล้วครับ ประเทศไทยทั้งประเทศจะหยุกชะงักภายในพริบตา ถ้าอ่าวไทยใช้งานไม่ได้เพียงไม่กี่วัน การขนส่งทรัพยากรที่เป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงทุกลมหายใจของคนในชาติถูกตัดขาด เราจะขับรถออกจากบ้านมาพบกับปั๊มน้ำมันที่ขึ้นป้ายพร้อมกันทั่วประเทศว่าน้ำมันหมด เข้าร้านอาหารไหนก็หยุดขาย เพราะแก๊สหมด อะไรเสียก็ซ่อมไม่ได้เพราะอะไหล่นำเข้าไม่ได้ ฯลฯ คนคัดค้านวันนี้มีใครการันตีได้ไหมครับว่าเรื่องนี้มันจะไม่มีวันเกิดขึ้น 

 

อาจจะไม่ใช่วันนี้พรุ่งนี้ แต่อีก 10-20ปีล่ะ ใครตอบได้บ้าง ใครจะไปเดาใจลูกหลานของพวกนั้นออกว่ามันจะคิดอย่างไร ในเมื่อมันเต็มไปด้วยผลประโยชน์มหาศาลอยู่ในทะเล ในเมื่อไม่มีใครเดาใจใครออก ความสมดุลของกำลังทางเรือ จึงเป็นหลักประกันที่มั่นคงที่สุดสำหรับความเสี่ยงนี้ อย่างน้อยก็ทำให้เขาต้องคิดหลายตลบถ้าหากจะเปลี่ยนโยบายกับเราไป หรือถ้าเขากล้าทำจริง เราก็ต้องมีของที่ดีพอที่จะคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับคืนเร็วที่สุด นี่คือคำตอบครับ

 

ทำไมต้องซื้อตอนนี้ จำเป็นเร่งด่วนจริงหรือ การซื้อเรือดำน้ำไม่เหมือนซื้อรถครับ ที่เราไปยื่นสลิปแล้วถอยรถออกมาได้ การซื้อเรือรบสักลำเราต้องวางแผนกันหลายปี หลังจากวันอนุมัติให้ซื้อจนถึงวันที่เรือเดินทางเข้าประจำการ ใช้เวลาประมาณ7ปีขึ้นไปครับ โดยเฉพาะเรือดำน้ำที่เป็นเรื่องใหม่สำหรับกองทัพเรือ เราต้องวางโครงการสร้างอู่ซ่อมเรือ ฝึกคน ท่าจอดเรือ ซึ่งมันใช้ร่วมกับเรือผิวน้ำแบบที่ประจำการอยู่ไม่ได้ เราเพิ่งอนุมัติวันนี้ กว่าเรือจะมาถึงก็อีกไม่ต่ำกว่า7ปี ในขณะที่ชาติที่เขาล้อมรอบบ้านเราอยู่ เขามีมาเป็นสิบปีแล้วครับ 

 

ความเปราะบางด้านกำลังทางเรือตรงนี้ เป็นจุดที่กองทัพเรือตระหนักดีมาโดยตลอด และพยายามผลักดันโครงการมาอย่างต่อเนื่อง จนยอมชะลอโครงการจัดหายุทธโธปกรณ์อื่นๆแทบทั้งหมดเพื่อทุ่มเทงบประมาณเท่าที่ได้รับมาเพื่อสิ่งนี้ เพราะเราเห็นแล้วว่าความเปราะบางของกำลังทางเรือของเราอยู่ตรงจุดไหน ไม่อย่างนั้นเราคงไม่เห็นข่าวเครื่องบิน ทร.รุ่นเก่าคร่ำครึ ล้อหน้าไม่กางลงจอดแบบฉุกเฉิน นักบินทหารเรือยอมบินเครื่องเก่าๆไปก่อน กำลังรักษาฝั่งใช้ปืนใหญ่และปืนต่อสู้อากาศยานยุคโบราณไปก่อน เช่นเดียวกับกำลังส่วนอื่นๆที่พร้อมจะชะลอไว้ เพื่อให้เรามีเรือดำน้ำกับเขาเสียที เราไม่สามารถชะลอโครงการที่มันล่าช้ามาสิบกว่าปีไปได้อีกแล้วครับ มันเสี่ยงกับวิถีชีวิตปกติของคนในชาติ การกินอิ่ม นอนอุ่น ของพวกเราทุกคนเกินไป

 

เอาเงินจำนวนนี้ไปทำอย่างอื่นไม่ดีกว่าหรือ ผมตอบอย่างไม่อิงการเมืองนะครับ ถ้าเปรียบประเทศเราเป็นองค์กรหนึ่ง กระทรวงกลาโหมก็เหมือนพนักงานคนหนึ่งที่มีเงินเดือนของตัวเอง เงินเดือนจำนวนนี้ถูกปรับเพิ่มหรือลงก็ตามสถานการณ์ขององค์กร ถ้ามีเรื่องจำเป็นสำหรับส่วนอื่นๆ เราก็ถูกปรับลดเงินของเราลงไปช่วยอย่างอื่น และเราก็ทำแบบนี้มาโดยตลอด ในช่วงนี้ประเทศของเราโยกงบประมาณไปที่กระทรวงอื่นๆที่ไม่ใช่กองทัพ เพื่อไปแก้ปัญหาในประเทศในด้านจำเป็นเร่งด่วนเยอะมาก

 

กระทรวงที่ได้งบประมาณมากที่สุดคือศึกษาธิการ แสดงว่าเราให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอันดับแรก รองลงมาคือมหาดไทยที่ทุ่มงบไปพัฒนาคุณภาพชีวิตตามท้องถิ่นต่างๆ อันดับ 3คือกระทรวงการคลังที่ใช้งบไปเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ 

 

กระทรวงกลาโหมอยู่ในอันดับ 4เท่านั้น ซึ่งโดนกระทรวง 3อันดับแรก ทิ้งห่างอยู่พอสมควร การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชาติ จึงอยู่ที่การติดตามตรวจสอบการบริหารงบประมาณที่ทุกกระทรวงได้รับว่าได้ใช้ไปอย่างถูกต้องโปร่งใสมากเพียงใด ไม่ใช่ให้ความสำคัญกับเรื่องเรือดำน้ำเพียงจุดเดียว สื่อหลายสื่อเล่นตรงจุดนี้ ทำให้เรื่องอื่นๆของกระทรวงอื่นๆถูกมองข้ามไป ทั้งๆที่เม็ดเงินมหาศาลกว่ากันมากมายนัก

 

โฟกัสมาที่กองทัพเรือ เราไม่ได้ดึงงบประมาณจากกระทรวงอื่นๆมาซื้อเรือดำน้ำ ไม่ได้ขอเงินจากใครเพิ่มเติม แต่เราเอาเงินที่เราได้รับตามโควต้าอยู่แล้วมาผ่อนจ่าย จะได้เพิ่มได้ลดแล้วแต่นโยบายของรัฐสภาเป็นปีต่อปี ได้รับแค่ไหนก็ใช้แค่นั้น ไม่พอจ่ายก็ขอต่อรองผ่อนผันระยะยาวกันไปเท่าที่กองทัพเรือไหว เพราะเราเห็นถึงความสำคัญในส่วนของเราว่าสิ่งนี้จำเป็นที่สุดในหน้าที่ของเรา โดยไม่ก้าวก่ายงบประมาณส่วนอื่นๆของประเทศเลย โดยในปีนี้เราผ่อนงวดแรกไปหลักพันล้านบาทและอยู่ในส่วนงบของเราเองที่ได้รับอยู่แล้ว ไม่ได้ดึงงบโควิดหรืองบกระตุ้นเศรษฐกิจมาใช้แต่อย่างใด ถึงไม่ซื้อเรือดำน้ำเราก็ต้องเอาไปทำอย่างอื่น แต่เราเห็นว่าเรือดำน้ำสำคัญที่สุดในตอนนี้ เราจึงเลือก 

 

ส่วนเรื่องความโปรงใส เงินทอน อันนั้นก็ให้ผู้มีหน้าที่โดยตรงทั้งสื่อและองค์กรอิสระเป็นผู้ตรวจสอบกันต่อไป ผมก็ไม่เห็นด้วยกับการอุบอิบเช่นกันครับ แต่เราต้องแยกให้ออก ไม่อยากให้โกง กับไม่อยากให้มีเรือ มันเป็นคนละประเด็นกัน

 

ถ้ามีใจรับฟังปัญหา มีเวลาศึกษาหาข้อมูลรอบด้านมากกว่าที่สื่อเจตนาเสี้ยม เราจะเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น และเห็นถึงความเสี่ยงและเปราะบางของอ่าวไทยและน่านน้ำในละแวกบ้านเราไปพร้อมๆกัน ประเทศเพื่อนบ้านที่จนๆกว่าเรา เขายังมีกันหมดแล้วครับและคนในชาติของเขาก็สนับสนุนเต็มที่ด้วยซ้ำไป เพราะ  เค้าต้องการความมั่นคงและการคุ้มครอง ผลประโยชน์ของชาติของพวกเค้า ส่วนประเทศของเราเอง มูลค่าของผลประโชน์แห่งชาติในทะเลอันมหาศาลโดยเฉพาะ บ่อน้ำมันที่เรายังมีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน 3ประเทศ เราจึงมีความต้องการเรือดำน้ำ ใช้ในการป้องกันและรักษาในเรื่องความมั่นคงในทะเล เช่น การรักษาเส้นทางคมนาคมทางทะเล คุ้มครองแหล่งน้ำมันกลางอ่าวไทย  การป้องกันฐานทัพเรือท่าเรือ บวก EEC อิสเทิรนซีบอร์ดแหลมฉบัง  ท่าเรือคลองเตย   และทางด้านฝั่งทะเลอันดามัน   ซึ่งจะต้องใช้เรือดำน้ำหลายลำ หากจะเปรียบเทียบมูลค่าราคาสิ่งที่จะป้องกันกับราคาของเรือดำน้ำ ก็เป็นลงทุนน้อยมากเทียบกับงบประมาณทั้งหมดที่จะจ่ายเข้าไปในโครงการ  สิ่งที่ได้รับคือ ความมั่นคงของชาติ ทั้งทางทหารและทางเศรษฐกิจ  ฯลฯ  สิ่งนี้คือ แผนยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศที่กองทัพเรือต้องมีหน้าที่รับผิดชอบมันก็คือหลักประกันความมั่นคง การกินอิ่ม นอนอุ่น มีชีวิตปกติสุข และปากท้องของ ปชช. โดยตรงและมันก็เป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆสำหรับ "ความมั่นคง" ของประเทศในขณะนี้

 

ขอบคุณครับ

Cr : อดีตทหารเรือ Tiger Shark

Wednesday, August 27, 2008

ปฏิบัติการไทยคู่ฟ้า

เมื่อ ๒๖ ส.ค.๕๑ พธม.เพื่อประชาธิปไตยได้ปฏิบัติการไทยคู่ฟ้า เข้ายึด กค. NBT และทำเนียบรัฐบาล เรียบร้อย ในความรู้สึกส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยกับ พธม.ที่ทำอย่างนั้น เนื่องจาก พธม. เอาอำนาจอะไรบุกยึดและทำลายข้าวของ NBT ภาพที่ออกมาสะท้อนให้ประชาชนที่วางตัวเป็นกลางยิ่งมีความรู้สึกเอนเอียงเข้าสนับสนุนรัฐบาล บ้านเมืองต้องมีกฏหมาย หากไม่สามารถบังคับใช้ กม.ได้ บ้านเมืองจะอยู่ได้อย่างไร มิเช่นนั้นอาชญากรรมคงเต็มบ้านเต็มเมืองแน่ มองในมุมกลับ นับได้ว่าประเทศไทยได้ก้าวสู่อีกขั้นหนึ่่งของระบอบประชาธิปไตย เนื่องจากมีการชุมนุมประท้วงใช้สิทธิเสรีภาพทางการเมืองของประชาชน ที่มีผลต่อรัฐบาลอย่างชัดเจน ย้อนกลับไปดูสหรับฯ ก่อนที่จะมีระบอบประชาธิปไตยอย่างในปัจจุบันนี้ ก็ผ่านขั้นตอนเช่นนี้มาเหมือนกันครับ

“โง่ เลว จน เจ็บ”

จุดแข็งประเทศไทย 1. ที่ตั้ง จะว่าอยู่ใจกลางโลกก็ว่าได้ เพราะรอบข้างมีแต่ประเทศที่มีประชากรมาก เช่น อินเดีย 1,200 ล้านคน จีน 1,400 ล้านคน ญ...