Sammual P. Huntington นักทฤษฎีรัฐศาสตร์ชาวอเมริกันได้กล่าวถึงสถานการณ์โลกหลังยุคสิ้นสุดสงครามเย็นไว้ในหนังสือ The Clash of Civilization หรือ การปะทะกันทางวัฒนธรรมไว้ถึงแนวโน้มของการที่จะมีการปะทะกันทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน จะทวีความรุนแรงขึ้นในยุคหลังสิ้นสุดยุคสงครามเย็น ซึ่งจากแนวความคิดอันนี้ทำให้เกิดผลกระทบต่อสถานการณ์ด้านความมั่นคงของโลกที่หลายประการ พอที่จะสรุปได้ดังนี้
- เกิดการต่อสู้ของวัฒนธรรมทางศาสนา ซึ่งในอดีตที่ผ่านมามีการต่อสู้ของสองศาสนาใหญ่นับพันปีคือคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกและอิสลามในรูปของ “สงครามครูเสด” สงครามดังกล่าวได้ลดความรุนแรงลงระยะหนึ่งอันเนื่องมาจากชาวมุสลิมตกเป็นผู้อยู่ภายใต้การควบคุมของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกในยุคล่าอาณานิคม พื้นที่ความมั่งคั่งของชาวมุสลิมถูกชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกยึดครองเป็นส่วนใหญ่ เช่น การยึดครองตะวันออกกลางอันเป็นแหล่งพลังงานของโลก การปลดแอกจากการยึดครองของชาวคริสต์ได้ผลเมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ สิ้นสุดลง พลังของชาวมุสลิมเริ่มฟื้นตัวขึ้นหลังยุคสงครามเย็น ศาสนาอิสลามเริ่มเข้าไปในยุโรปและประเทศสหรัฐฯ รวมทั้งเข้าไปในประเทศโลกที่ ๓ คือ ประเทศในทวีปอาฟริกา ซึ่งนับวันผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามจะมากขึ้นในเขตของชาวคริสต์ ภาพการก่อการร้ายของชาวมุสลิมหัวรุนแรงเริ่มปรากฏขึ้น มีภาพผู้นำการต่อสู้ของชาวมุสลิมปรากฏเด่นชัดขึ้น จากปรากฏการณ์การก่อการร้ายวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๔ หรือเหตุการณ์ ๙/๑๑ ภาพการก่อการร้ายของชาวมุสลิมหัวรุนแรงที่มีผู้นำโดย โอซามา บิน ลาเดน ได้ขยายอิทธิพลครอบคลุมหลายพื้นที่ในโลก นอกจากนั้นผลผลิตของการปะทะกันทางวัฒนธรรมยังมีเหตุการณ์ที่สำคัญ ๆ อีก เช่น สงครามอัฟกานิสถาน สงครามอิรัก วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง วิกฤตการณ์ในทวีปอาฟริกาหลายพื้นที่เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลพวงของความขัดแย้งกันทางวัฒนธรรมศาสนาทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามกรณีเหตุการณ์ ๙/๑๑ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อการร้ายสากลที่แพร่ขยายเป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยของประชาคมโลกนั้น อยู่ในกรอบของการปะทะกันทางวัฒนธรรม ยังมีความเชื่ออีกกระแสหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการสร้างขึ้น เพื่อหวังผลในการสร้างความเสียหายให้กับภาพพจน์ชาวมุสลิม กับอีกเหตุผลหนึ่งเพื่อที่จะอ้างสิทธิความชอบธรรมในการเข้าไปยึดครองแหล่งทรัพยากรน้ำมันในตะวันออกกลาง รวมทั้งเหตุผลทางยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการปิดล้อมประเทศมหาอำนาจที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศสหรัฐฯ[i]
- เกิดขั้วมหาอำนาจตะวันตกและตะวันออก โดยในอดีตที่ผ่านมานับตั้งแต่เริ่มยุคล่าอาณานิคม ประมาณต้นศตวรรษที่ ๑๕ เป็นต้นมา อารยธรรมตะวันตกมีอิทธิพลเหนืออารยธรรมตะวันออก ประเทศอารยธรรมตะวันตกแสดงบทบาทเป็นผู้ล่าอาณานิคม และเข้าครอบครองและควบคุมชาวตะวันออก เมื่อสงครามเย็นสิ้นสุดลง วิวัฒนาการทางพลังอำนาจของอารยธรรมตะวันออกเพิ่มสูงขึ้น พลังอำนาจของอารยธรรมตะวันออกเริ่มคานอำนาจของอารยธรรมตะวันตกได้มากขึ้น ณ ปัจจุบันนี้พลังอำนาจของชาลีเริ่มสูงขึ้น การแสดงตนของความเป็นผู้นำทางอารยธรรมตะวันออกเริ่มเด่นชัดมากขึ้น หลายประเทศในเอเชียรวมทั้งทางยุโรปล้วนมีนโนบาย Look East ถนนทุกสายมุ่งตรงไปที่ชาลี ประเทศที่เคยเป็นคู่อริกับชาลีในอดีตเช่น รัสเซีย อินเดีย และแม้กระทั่งญี่ปุ่นเริ่มให้ความสำคัญกับชาลีในฐานะความเป็นประเทศมหาอำนาจผู้นำทางตะวันออกและเป็นผู้แทนของอารยธรรมตะวันออก อย่างไรก็ตามการต่อสู้ของ ๒ อารยธรรมทั้งตะวันตกและตะวันออกยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีผู้นำทางตะวันออกเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม การปะทะกันหรือการต่อสู้กันทางวัฒนธรรมของตะวันตกโดยมีประเทศสหรัฐฯเป็นผู้นำ กับชาลีที่เป็นผู้นำทางอารยธรรมตะวันออกจะมีการปะทะกันรุนแรงขึ้นตามลำดับ ส่วนรูปแบบของการปะทะกันจะออกมาในรูปแบบของสงครามตัวแทน (Proxy War) เช่น วิกฤตการณ์ไต้หวัน วิกฤตการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งประเด็นทางวัฒนธรรมที่แอบแฝงอยู่ในผลประโยชน์ที่มีการกล่าวอ้าง
- เกิดขั้วมหาอำนาจแบบผสม อันเกิดจากการรวมกลุ่มของประเทศมหาอำนาจทั้งที่เกี่ยวข้องกับประเด็นวัฒนธรรมและประเด็นที่นอกเหนือจากประเด็นที่ไม่ใช่วัฒนธรรม ปรากฏการณ์ของการรวมกลุ่มกันของประเทศมหาอำนาจทั้งทางตะวันออกและตะวันตก ที่ร่วมกันต่อต้านการโจมตีอิรักเมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๔๖ อันประกอบไปด้วย ชาลี รัสเซีย และกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปบางประเทศ เพื่อที่จะคานกับประเทศสหรัฐฯและพันธมิตร อย่างไรก็ตามการรวมกลุ่มดังกล่าว แม้ว่าจะได้เห็นการรวมกลุ่มที่เพิ่งจะเกิดขึ้นมาไม่นานแต่สถานการณ์แวดล้อมที่จะทำให้เกิดแนวความคิดอันนี้ของประเทศมหาอำนาจทั้งหลายมีเป็นรูปธรรมมานานแล้วแต่ยังไม่มีสถานการณ์ร่วมที่จะทำให้สามารถแสดงบทบาทร่วมเช่นนี้ได้ ทางฝ่ายชาลีก็ได้กำหนดท่าทีอย่างเด่นชัดว่าผู้ที่เป็นภัยคุกคามชาลี คือ ประเทศสหรัฐฯ ส่วนด้านรัสเซียที่เคยได้รับผลกระทบจากนโยบายด้านความมั่นคงของประเทศสหรัฐฯจนทำให้อดีตสหภาพโซเวียตต้องล่มสลาย ภัยคุกคามที่ถือว่าเป็นปัญหาหลัก จึงมาจากประเทศสหรัฐฯมากกว่าประเทศอื่น ๆ อีกทั้งการที่ประเทศสหรัฐฯอ้างความชอบธรรมในการโจมตีอิรักอันเป็นดินแดนผลประโยชน์ของรัสเซียด้วยแล้ว ทำให้รัสเซียต้องออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน โดยอาศัยชาลีที่เป็นพันธมิตรในปัจจุบันและช่วยเหลือรัสเซียมาโดยตลอดในช่วงที่รัสเซียประสบกับวิกฤตการณ์ด้านการเงิน ในทำนองเดียวกัน สหภาพยุโรปได้ประกาศร่วมกันตั้งเงินสกุลยูโรขึ้นมา เพื่อเป็นแกนในการต่อสู้ด้านเศรษฐกิจกับประเทศสหรัฐฯ ปัจจุบันเงินยูโรยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะสู้กับเงินดอลลาร์ของประเทศสหรัฐฯ ชาลีจึงเป็นประเทศที่เป็นพันธมิตรการต่อสู้ทางด้านเศรษฐกิจของกลุ่มสหภาพยุโรป ทำให้สินค้าของประเทศดังกล่าวมีกระจายอยู่เป็นจำนวนมากในตลาดภายในของชาลี ทำนองเดียวกันสินค้าของชาลีก็ถูกส่งไปขายยังตลาดของประเทศมหาอำนาจดังกล่าวเช่นกันเป็นลักษณะของการแลกเปลี่ยนและร่วมมือ ชาลีและรัสเซีย รวมทั้งประเทศในยุโรปตะวันออกได้ตกลงด้านความร่วมมือกับชาลีในองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organizations : SCO) มีการซ้อมรบร่วมกันของประเทศสมาชิก ทำให้แนวโน้มของความสัมพันธ์ของประเทศมหาอำนาจทั้งที่เป็นอารยธรรมตะวันตกและตะวันออกมารวมกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อคานอำนาจกับประเทศสหรัฐฯ
จะเห็นได้ว่า สถานการณ์ความมั่นคงมีส่วนเกี่ยวข้องกับทั้งสถานการณ์ด้านความมั่นคงของโลกโดยภาพรวมและเงื่อนไขปัจจัยภายในของแต่ละประเทศ แต่เหตุปัจจัยอันเนื่องจากสถานการณ์ภายนอกอันมีผู้เล่นที่เป็นประเทศ (State Actors) เป็นเหตุปัจจัยที่จะมาช่วยกระตุ้นให้เกิดสถานการณ์ใด ๆ ขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศมหาอำนาจที่มีพลังอำนาจที่เป็นศักยภาพเพียงพอที่จะทำได้ รวมทั้งมีเจตนารมณ์ที่สามารถดูได้จากผลประโยชน์แห่งชาติและความตั้งใจของผู้นำประเทศ รวมทั้งกลุ่มอิทธิพลและกลุ่มผลประโยชน์ที่อยู่เบื้องหลังการผลักดันนโยบายรัฐบาลของประเทศมหาอำนาจได้ นอกจากนั้นผู้แสดงอื่น ๆ ที่ไม่ใช่รัฐ (Non State Actors) ยังมีส่วนในการผลักดันให้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นในโลก เช่น องค์การสหประชาชาติ (UN) องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) เป็นต้น อย่างไรก็ตามองค์กรต่าง ๆ ที่เป็นผู้เล่นบนเวทีโลกที่ไม่ใช่รัฐดังกล่าวย่อมได้รับการสนับสนุนจากประเทศที่แสดงอิทธิพลเพื่อสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ เหล่านั้น บ่อยครั้งองค์กรดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างสถานการณ์ขึ้น ซึ่งภาพที่ปรากฏคือเป็นไปตามบทบาทและหน้าที่ที่กล่าวไว้เป็นลายลักษณ์อักษรขององค์กรนั้น ๆ โดยมีประเทศมหาอำนาจบางประเทศที่ให้การสนับสนุนและกำกับนโยบายในการดำเนินการอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น นอกจากนั้นแล้ว ประเทศมหาอำนาจยังใช้ประเทศบริวารเป็นผู้ทำสงครามตัวแทน
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
“โง่ เลว จน เจ็บ”
จุดแข็งประเทศไทย 1. ที่ตั้ง จะว่าอยู่ใจกลางโลกก็ว่าได้ เพราะรอบข้างมีแต่ประเทศที่มีประชากรมาก เช่น อินเดีย 1,200 ล้านคน จีน 1,400 ล้านคน ญ...
-
ได้มีโอกาสจาก กพร.ทร. ให้ร่วมเดินทางกับคณะอนุกรรมการประสานงานต่างประเทศ (อปต.) ในคณะกรรมการปฏิบัติการจิตวิทยาแห่งชาติ ที่มี ผบ.สส. เป็นประธา...
-
โพสนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง ไม่ได้อยู่ฝ่ายการเมืองใด แต่จะขอพูดเฉพาะประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเรือดำน้ำในมุมของคนที่ทำงานอยู่ในทะเลมาเกือบทั้งชีวิ...
-
เมื่อ ๒๖ ส.ค.๕๑ พธม.เพื่อประชาธิปไตยได้ปฏิบัติการไทยคู่ฟ้า เข้ายึด กค. NBT และทำเนียบรัฐบาล เรียบร้อย ในความรู้สึกส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยกับ พธ...
No comments:
Post a Comment