Sunday, October 17, 2021
Tuesday, October 05, 2021
พระมหากษัตริย์ไทยแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ๑๐ รัชกาล ฉบับการ์ตูน
Sunday, August 22, 2021
Thursday, August 19, 2021
Tuesday, August 17, 2021
เรือดำน้ำ ฉบับเข้าใจง่าย
โพสนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง ไม่ได้อยู่ฝ่ายการเมืองใด แต่จะขอพูดเฉพาะประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเรือดำน้ำในมุมของคนที่ทำงานอยู่ในทะเลมาเกือบทั้งชีวิตของการเป็นทหารเรือ ผ่านการฝึกกับมิตรประเทศเพื่อนบ้าน (หรืออาจกลายเป็นคู่ขัดแย้งในอนาคต) มาทุกประเทศ โดยกล่าวถึงเฉพาะในสามประเด็น คือ
1. ทำไมประเทศไทยต้องมีเรือดำน้ำ
2. ทำไมต้องซื้อตอนนี้ จำเป็นเร่งด่วนจริงไหม
3.ในช่วงเวลาแบบนี้ เอาเงินจำนวนนี้ไปทำอย่างอื่นไม่ดีกว่าหรือ ผมว่าคนไทยอยากรู้แค่นี้แหละครับ
ประเด็นแรก ทำไมประเทศไทยต้องมีเรือดำน้ำ เราจะซื้อมาไว้รบกับใคร มันจะมีสงครามจริงหรือ ผมตอบอย่างสั้นๆว่า ใช่ครับ เราซื้อมาเพราะเราไม่ต้องการที่จะรบกับใครเลยต่างหาก
กฎของโลกใบนี้เกี่ยวกับทะเลที่บังคับใช้ร่วมกันทั้งโลก หรือที่เรียกว่าอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 กล่าวเอาไว้ว่า ประเทศใดจะเป็นเจ้าของน่านน้ำใดๆก็ต่อเมื่อ น่านน้ำนั้นอยู่ในเขต200ไมล์ทะเลจากเส้นฐานของรัฐชายฝั่ง (1ไมล์ทะเล เท่ากับ 1.852 กิโลเมตร)
แปลง่ายๆก็คือ ถ้าเราลากเส้นตั้งฉากจากแนวชายหาดของเราออกไปในทะเลได้ไกล 370กิโลเมตร น่านน้ำนั้นจะเป็นน่านน้ำของเรา ที่เรามีสิทธิความเป็นเจ้าของอย่างเต็มที่ ใช้ทรัพยากรที่อยู่ข้างล่างนั้นได้อย่างเต็มที่ และเป็นพื้นที่หวงห้ามสำหรับชาติอื่นไม่ให้เข้ามาใช้ประโยชน์ เพราะขัดต่อกฎหมาย ใครล่วงล้ำเรามีสิทธิขับไล่ หรือถ้ามันเจ๋งกว่าเรา เราก็จะฟ้องนานาชาติให้ช่วยจัดการได้
ถัดจาก 370กิโลเมตรออกไป คือทะเลสากล(ทะเลหลวง) เป็นน่านน้ำสากลที่ทุกคนในโลกมีสิทธิใช้ผ่านไปผ่านมาร่วมกัน กฎหมายเขียนไว้ง่ายๆแค่นี้ ดูเหมือนง่ายใช่ไหมครับ จริงๆมันก็คงจะง่ายครับ ถ้าทุกประเทศทั่วโลกมีภูมิศาสตร์ตั้งเรียงต่อกันไปในแนวยาว ต่อเนื่องกันไป และประเทศที่ตั้งอยู่ตรงข้ามคนละฝั่งทะเลกัน มีระยะห่างกันเกินกว่า 370 กิโลเมตร มันจะไม่มีปัญหาอะไรเลย ทะเลในโลกนี้ก็จะสงบสุขด้วยกฎหมายฉบับนี้
แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ ชาติต่างๆมีภูมิศาสตร์ที่ซับซ้อน เป็นส่วนเว้าส่วนโค้ง มีแหลมมีติ่ง ยื่นล้ำออกไปในทะเล หักงอคดไปคดมา บางแห่งโค้งเข้าหากัน บางชาติก็ตั้งอยู่ตรงข้ามฝั่งทะเลกันแต่มีระยะห่างไม่ถึง200ไมล์ทะเลหรือ370 กิโลเมตร เมื่อต่างคนต่างลากเส้นโดยชอบด้วยกฎหมายออกมาจากแผ่นดินของตัวเอง มันจึงมาจ๊ะเอ๋กันกลางทะเล เกิดเป็นพื้นที่ทับซ้อนเกิดขึ้น ที่กฎหมายโลกก็ไม่สามารถตัดสิ้นชี้ขาดได้ว่ามันเป็นของใคร ได้แต่โยนกลับไปให้เจ้าของรัฐที่มีพื้นที่ทับซ้อนไปตกลงกันเอง
ตรงพื้นที่ทับซ้อนต่างๆทั่วโลกนี้เองที่มันเป็นปัญหา เพราะมันไม่ได้มีแต่น้ำทะเลไงครับ ข้างล่างมันเต็มไปด้วยทรัพยากรที่นำมาซึ่งรายได้มหาศาล ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ การประมง และการเป็นเจ้าของเส้นทางขนส่งคมนาคม ซึ่งนำมาซึ่งเม็ดเงินจำนวนมหาศาลกินใช้กันกี่ชั่วอายุคนก็ไม่หมด
เมื่อต่างคนต่างไม่ยอมเสียสิทธิ ก็ต้องมีข้อตกลงกัน ข้อตกลงในที่นี้จะมีขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองชาติอยู่ในระดับที่ต้องเกรงอกเกรงใจกันในระดับหนึ่งเท่านั้น ที่จะบรรลุข้อตกลงใช้ประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่ทับซ้อนนี้ได้อย่างสันติวิธี นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทุกชาติที่มีทะเลต้องมีกองทัพเรือของตัวเอง และต้องพัฒนาให้สมดุลกับกองทัพเรือของประเทศที่เรามีพื้นที่ทับซ้อนกันอยู่ คือถ้าเหนือกว่าไม่ได้ อย่างน้อยต้องไม่ด้อยไปกว่าเขาจนถูกทิ้งห่าง เพราะผู้กุมอำนาจรัฐคือมนุษย์ มนุษย์ที่เปลี่ยนกลุ่ม เปลี่ยนวิธีคิดและนโยบายได้ตลอดเวลา เราไม่มีทางรู้เลยว่าถ้าเข้าเปลี่ยนรัฐบาล นโยบายของเขาจะเปลี่ยนไหม นั่นจึงเป็นสิ่งที่เราประมาทไม่ได้
ถ้าวันหนึ่งที่เขามองว่าศักยภาพของเขาทิ้งห่างจากเราไปมากจนเทียบกันไม่ได้แล้ว แล้วเขาอ้างว่าพื้นที่ทับซ้อนตรงนั้นเป็นของเขาตามกฎหมาย และขอใช้ประโยชน์แต่เพียงผู้เดียว เราคงทำได้แต่นั่งกัดฟันน้ำตาซึม และยอมยกน่านน้ำตรงนั้นให้เขาไป เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหลายจุดทั่วโลกครับ ที่เราจะไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้นในน่านน้ำของเราเป็นอันขาด เพราะถ้าเราเสียสิทธิในน่านน้ำตรงนั้นไป ความเสียหายมันจะมากกว่าราคาเรือดำน้ำเป็นร้อยๆลำเสียอีก
โฟกัสมาที่น่านน้ำไทย ประกอบด้วยทะเลสองฝั่งคือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน ฝั่งอันดามันผมไม่ขอกล่าวถึงเพราะภูมิศาสตร์ไม่ค่อยซับซ้อน เป็นทะเลเปิดสู่มหาสมุทรอินเดีย ที่ไม่มีรัฐฝั่งตรงข้ามอยู่ในระยะใกล้ มาเป็นเรื่องให้ครุ่นคิด
ปัญหาหลักของเราอยู่ในอ่าวไทยครับ ดูจากแผนที่ตามภาพอ่าวไทยเป็นอ่าวปิด กล่าวคือเป็นเวิ้งอ่าวที่อยู่ภายในประเทศไทย ขนาบข้างปิดล้อมด้วยประเทศเพื่อนบ้าน 3 ประเทศ นั่นหมายความว่า เมื่อทุกชาติลากเส้น 200ไมล์จากแผ่นดินตัวเองออกไป จะทำให้เกิดพื้นที่ทับซ้อนทับไปทับมากันทุกประเทศ ลากตรงไหนก็จ๊ะเอ๋กันไปหมด เพราะภูมิศาสตร์มันตั้งอยู่แบบนั้น
และถ้ามองในภาพมุมกว้าง ถ้าเดินทางเข้ามาจากมหาสมุทรแปซิฟิก ปากประตูทางเข้าอ่าวไทยของเรานั้นกลับตั้งอยู่ในเขตทะเลของเพื่อนบ้าน เรือสินค้าเรือน้ำมันต่างๆที่จะเข้ามาประเทศเรา จะเข้ามาไม่ได้เลย ถ้าเขาไม่ยอมให้ผ่าน กล่าวง่ายๆก็คือเป็นน่านน้ำที่เปราะบางต่อการเกิดความขัดแย้งเป็นที่สุด เปราะบางที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ที่นี้ถามว่าถ้าชาติทั้งสี่ เกิดความบาดหมางกันขึ้นวันใด ชาติที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือใครครับ ใช่ครับ ประเทศไทยอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะน่านน้ำของไทยอยู่ในสุด และทางเข้าออกอยู่ในเขตประเทศของเขา
ประเทศไทยของเราใช้ประโยชน์จากอ่าวไทยมากมายมหาศาล ทั้งการนำเข้า ส่งออกสินค้า การขุดเจาะน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ การประมง ถ้าวันใดวันหนึ่งที่อ่าวไทยมีปัญหา ไม่ต้องถึงกับรบกันหรอกครับ สมมุติแค่ง่ายๆว่าเขาบอกว่าปากทางเข้าอ่าวไทยที่ตั้งอยู่ในเขตประเทศเขา เขาไม่อนุญาตให้เรือที่จะเข้ามาติดต่อกับไทยผ่านเข้า แค่นี้ก็ชิบหายแล้วครับ ประเทศไทยทั้งประเทศจะหยุกชะงักภายในพริบตา ถ้าอ่าวไทยใช้งานไม่ได้เพียงไม่กี่วัน การขนส่งทรัพยากรที่เป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงทุกลมหายใจของคนในชาติถูกตัดขาด เราจะขับรถออกจากบ้านมาพบกับปั๊มน้ำมันที่ขึ้นป้ายพร้อมกันทั่วประเทศว่าน้ำมันหมด เข้าร้านอาหารไหนก็หยุดขาย เพราะแก๊สหมด อะไรเสียก็ซ่อมไม่ได้เพราะอะไหล่นำเข้าไม่ได้ ฯลฯ คนคัดค้านวันนี้มีใครการันตีได้ไหมครับว่าเรื่องนี้มันจะไม่มีวันเกิดขึ้น
อาจจะไม่ใช่วันนี้พรุ่งนี้ แต่อีก 10-20ปีล่ะ ใครตอบได้บ้าง ใครจะไปเดาใจลูกหลานของพวกนั้นออกว่ามันจะคิดอย่างไร ในเมื่อมันเต็มไปด้วยผลประโยชน์มหาศาลอยู่ในทะเล ในเมื่อไม่มีใครเดาใจใครออก ความสมดุลของกำลังทางเรือ จึงเป็นหลักประกันที่มั่นคงที่สุดสำหรับความเสี่ยงนี้ อย่างน้อยก็ทำให้เขาต้องคิดหลายตลบถ้าหากจะเปลี่ยนโยบายกับเราไป หรือถ้าเขากล้าทำจริง เราก็ต้องมีของที่ดีพอที่จะคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับคืนเร็วที่สุด นี่คือคำตอบครับ
ทำไมต้องซื้อตอนนี้ จำเป็นเร่งด่วนจริงหรือ การซื้อเรือดำน้ำไม่เหมือนซื้อรถครับ ที่เราไปยื่นสลิปแล้วถอยรถออกมาได้ การซื้อเรือรบสักลำเราต้องวางแผนกันหลายปี หลังจากวันอนุมัติให้ซื้อจนถึงวันที่เรือเดินทางเข้าประจำการ ใช้เวลาประมาณ7ปีขึ้นไปครับ โดยเฉพาะเรือดำน้ำที่เป็นเรื่องใหม่สำหรับกองทัพเรือ เราต้องวางโครงการสร้างอู่ซ่อมเรือ ฝึกคน ท่าจอดเรือ ซึ่งมันใช้ร่วมกับเรือผิวน้ำแบบที่ประจำการอยู่ไม่ได้ เราเพิ่งอนุมัติวันนี้ กว่าเรือจะมาถึงก็อีกไม่ต่ำกว่า7ปี ในขณะที่ชาติที่เขาล้อมรอบบ้านเราอยู่ เขามีมาเป็นสิบปีแล้วครับ
ความเปราะบางด้านกำลังทางเรือตรงนี้ เป็นจุดที่กองทัพเรือตระหนักดีมาโดยตลอด และพยายามผลักดันโครงการมาอย่างต่อเนื่อง จนยอมชะลอโครงการจัดหายุทธโธปกรณ์อื่นๆแทบทั้งหมดเพื่อทุ่มเทงบประมาณเท่าที่ได้รับมาเพื่อสิ่งนี้ เพราะเราเห็นแล้วว่าความเปราะบางของกำลังทางเรือของเราอยู่ตรงจุดไหน ไม่อย่างนั้นเราคงไม่เห็นข่าวเครื่องบิน ทร.รุ่นเก่าคร่ำครึ ล้อหน้าไม่กางลงจอดแบบฉุกเฉิน นักบินทหารเรือยอมบินเครื่องเก่าๆไปก่อน กำลังรักษาฝั่งใช้ปืนใหญ่และปืนต่อสู้อากาศยานยุคโบราณไปก่อน เช่นเดียวกับกำลังส่วนอื่นๆที่พร้อมจะชะลอไว้ เพื่อให้เรามีเรือดำน้ำกับเขาเสียที เราไม่สามารถชะลอโครงการที่มันล่าช้ามาสิบกว่าปีไปได้อีกแล้วครับ มันเสี่ยงกับวิถีชีวิตปกติของคนในชาติ การกินอิ่ม นอนอุ่น ของพวกเราทุกคนเกินไป
เอาเงินจำนวนนี้ไปทำอย่างอื่นไม่ดีกว่าหรือ ผมตอบอย่างไม่อิงการเมืองนะครับ ถ้าเปรียบประเทศเราเป็นองค์กรหนึ่ง กระทรวงกลาโหมก็เหมือนพนักงานคนหนึ่งที่มีเงินเดือนของตัวเอง เงินเดือนจำนวนนี้ถูกปรับเพิ่มหรือลงก็ตามสถานการณ์ขององค์กร ถ้ามีเรื่องจำเป็นสำหรับส่วนอื่นๆ เราก็ถูกปรับลดเงินของเราลงไปช่วยอย่างอื่น และเราก็ทำแบบนี้มาโดยตลอด ในช่วงนี้ประเทศของเราโยกงบประมาณไปที่กระทรวงอื่นๆที่ไม่ใช่กองทัพ เพื่อไปแก้ปัญหาในประเทศในด้านจำเป็นเร่งด่วนเยอะมาก
กระทรวงที่ได้งบประมาณมากที่สุดคือศึกษาธิการ แสดงว่าเราให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอันดับแรก รองลงมาคือมหาดไทยที่ทุ่มงบไปพัฒนาคุณภาพชีวิตตามท้องถิ่นต่างๆ อันดับ 3คือกระทรวงการคลังที่ใช้งบไปเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ
กระทรวงกลาโหมอยู่ในอันดับ 4เท่านั้น ซึ่งโดนกระทรวง 3อันดับแรก ทิ้งห่างอยู่พอสมควร การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชาติ จึงอยู่ที่การติดตามตรวจสอบการบริหารงบประมาณที่ทุกกระทรวงได้รับว่าได้ใช้ไปอย่างถูกต้องโปร่งใสมากเพียงใด ไม่ใช่ให้ความสำคัญกับเรื่องเรือดำน้ำเพียงจุดเดียว สื่อหลายสื่อเล่นตรงจุดนี้ ทำให้เรื่องอื่นๆของกระทรวงอื่นๆถูกมองข้ามไป ทั้งๆที่เม็ดเงินมหาศาลกว่ากันมากมายนัก
โฟกัสมาที่กองทัพเรือ เราไม่ได้ดึงงบประมาณจากกระทรวงอื่นๆมาซื้อเรือดำน้ำ ไม่ได้ขอเงินจากใครเพิ่มเติม แต่เราเอาเงินที่เราได้รับตามโควต้าอยู่แล้วมาผ่อนจ่าย จะได้เพิ่มได้ลดแล้วแต่นโยบายของรัฐสภาเป็นปีต่อปี ได้รับแค่ไหนก็ใช้แค่นั้น ไม่พอจ่ายก็ขอต่อรองผ่อนผันระยะยาวกันไปเท่าที่กองทัพเรือไหว เพราะเราเห็นถึงความสำคัญในส่วนของเราว่าสิ่งนี้จำเป็นที่สุดในหน้าที่ของเรา โดยไม่ก้าวก่ายงบประมาณส่วนอื่นๆของประเทศเลย โดยในปีนี้เราผ่อนงวดแรกไปหลักพันล้านบาทและอยู่ในส่วนงบของเราเองที่ได้รับอยู่แล้ว ไม่ได้ดึงงบโควิดหรืองบกระตุ้นเศรษฐกิจมาใช้แต่อย่างใด ถึงไม่ซื้อเรือดำน้ำเราก็ต้องเอาไปทำอย่างอื่น แต่เราเห็นว่าเรือดำน้ำสำคัญที่สุดในตอนนี้ เราจึงเลือก
ส่วนเรื่องความโปรงใส เงินทอน อันนั้นก็ให้ผู้มีหน้าที่โดยตรงทั้งสื่อและองค์กรอิสระเป็นผู้ตรวจสอบกันต่อไป ผมก็ไม่เห็นด้วยกับการอุบอิบเช่นกันครับ แต่เราต้องแยกให้ออก ไม่อยากให้โกง กับไม่อยากให้มีเรือ มันเป็นคนละประเด็นกัน
ถ้ามีใจรับฟังปัญหา มีเวลาศึกษาหาข้อมูลรอบด้านมากกว่าที่สื่อเจตนาเสี้ยม เราจะเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น และเห็นถึงความเสี่ยงและเปราะบางของอ่าวไทยและน่านน้ำในละแวกบ้านเราไปพร้อมๆกัน ประเทศเพื่อนบ้านที่จนๆกว่าเรา เขายังมีกันหมดแล้วครับและคนในชาติของเขาก็สนับสนุนเต็มที่ด้วยซ้ำไป เพราะ เค้าต้องการความมั่นคงและการคุ้มครอง ผลประโยชน์ของชาติของพวกเค้า ส่วนประเทศของเราเอง มูลค่าของผลประโชน์แห่งชาติในทะเลอันมหาศาลโดยเฉพาะ บ่อน้ำมันที่เรายังมีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน 3ประเทศ เราจึงมีความต้องการเรือดำน้ำ ใช้ในการป้องกันและรักษาในเรื่องความมั่นคงในทะเล เช่น การรักษาเส้นทางคมนาคมทางทะเล คุ้มครองแหล่งน้ำมันกลางอ่าวไทย การป้องกันฐานทัพเรือท่าเรือ บวก EEC อิสเทิรนซีบอร์ดแหลมฉบัง ท่าเรือคลองเตย และทางด้านฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งจะต้องใช้เรือดำน้ำหลายลำ หากจะเปรียบเทียบมูลค่าราคาสิ่งที่จะป้องกันกับราคาของเรือดำน้ำ ก็เป็นลงทุนน้อยมากเทียบกับงบประมาณทั้งหมดที่จะจ่ายเข้าไปในโครงการ สิ่งที่ได้รับคือ ความมั่นคงของชาติ ทั้งทางทหารและทางเศรษฐกิจ ฯลฯ สิ่งนี้คือ แผนยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศที่กองทัพเรือต้องมีหน้าที่รับผิดชอบมันก็คือหลักประกันความมั่นคง การกินอิ่ม นอนอุ่น มีชีวิตปกติสุข และปากท้องของ ปชช. โดยตรงและมันก็เป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆสำหรับ "ความมั่นคง" ของประเทศในขณะนี้
ขอบคุณครับ
Cr : อดีตทหารเรือ Tiger Shark
Wednesday, August 27, 2008
ปฏิบัติการไทยคู่ฟ้า
Sunday, July 20, 2008
คณะอนุกรรมการประสานงานต่างประเทศเดินทางดูงานประเทศมาเลเซีย ภาค ๑
นับว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก ผมเคยเดินทางไปประเทศมาเลเซีย หลายครั้ง ตั้งแต่เป็นนักเรียนนายเรือ ซึ่งตอนนั้นมักจะแวะเมืองท่าปีนัง หรือไม่ก็ลังกาวี และมีดอกาสเดินทางไปดูงานตามหลักสุตรนักศึกษาต่างๆ เช่น รร.สธ.ทร. ซึ่งเดินทางไปประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ เนื่องจากขณะนั้น ประเทศไทยอยุ่ในภาะวิกฤตทางเศรษฐกิจ นัเรียน เสธ.ทร. จึงได้ไปดูงานประเทสที่ใกล้ ๆ ประเทศไทย เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณของเหล่าทัพ
จากการที่เคยไปมาก่อน ตอนแรกยังนึกว่าประเทศมาเลเซีย คงไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย แต่เมื่อได้เดินทางไปดูงานในครั้งนี้แล้ว รู้สึกได้ว่าวิสัยทัศน์ของประเทศมาเลเซียค่อนข้างที่จะกว้างไกล และสามารถทำได้จริง และส่งเสริมอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมเกาะลังกาวีให้เป็นเกาะปลอดภาษีแทนเกาะปีนัง ที่รัฐบาลมาเลเซียต้องการชะลอความเจริญของเกาะปีนังลง โดยหันไปส่งเสริมเกาะลังกาวีแทน การพัฒนาทางด้านการเกษตร โดยพัฒนาคาเมรอน ไฮแลนด์ ที่เป็นพื้นที่สูงของประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่ยริเวรตอนกลางของประเทศ มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี สามารถปลูกพืชผักเมืองหนาวส่งออกประเทสสิงค์โปร์ นับว่าเป็นการพัฒนาทั้งด้านการท่องเที่ยวและด้านการเกษตรกรรมอย่างเป็นรูปธรรม มีดรงแรมระดับสี่-ห้าดาวจำนวนมาก มีสนามกอล์ฟบนที่สูง อากาศดีมาก ในโรงแรมไม่มีแอร์นะครับ ต้องเปิดหน้าต่าง แต่อากาศเย็นสยายดีครับ มีปัญหาเดียวครับคือการเดินทางไป-หลับใช้ระยะเวลาขึ้นเขาประมาณสองชั่วโมง เนื่องจากเส้นทางค่อนข้างแคบและอันตราย การขับสวนกันต้องรู้ใจคนขัยสวนมานะครับ ไม่เช่นนั้นชนกันแน่
อีกเรื่องที่ขอชื่นชมผู้นำรัฐบาลของประเทศมาเลเซีย คือ เมืองใหม่บุตตราจายา ที่กล้าจะเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ลงทุนสร้างเมืองใหม่ ทุมเงินมหาศาล เพื่อลดปัญหาพื้นที่คับแคบในกัวลาลัมเปอรื ถึงแม้จะแล้วเสร็จมานานแล้ว ผมยังชื่นชมว่าเป็นการตัดสินใจที่กล้ามาก ประเทศไทยน่าจะเอาเยี่ยงอย่างบางก็ดีนะครับ ย้ายหน่วยงานราชการไปอยู่ด้วยกัน ไปยังจังหวัดใกล้ ๆ กรุงเทพ และส่งเสริมการขนส่งให้ทันสมัยสามารถเดินทางไปถึงได้ น่าจะแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพลงได้ด้วยนะครับ
อีกเรื่องที่ประเทศมาเลเซียทำลงไปแล้ว ผมมองว่าได้ประดยชนืด้านการประชาสัมพันธ์ประเทศเป็นอย่างมากคือการมีสนามแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันครับ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก ถึงแม้ว่าจะมีการแข่งขันกันปีละ ๑ หนเท่านั้น แต่อย่างลืมว่าการแข่งขันนั้นมีการประชาสัมพันธ์ผ่านทั่วโลก ประเทศมาเลเซียรับไปเต็มๆ ไม่ต้องลงทุนด้านการประชาสัมพันธ์ประเทสเลย นับว่ายิงนกนัดเดียวได้นกสองตัวเลยที่เดียว เจ๋งมาก ส่วนเรื่องการพัฒนาระบบขนส่งทางบกนั้น ประเทสมาเลเซียได้สร้างไฮเวย์จากตอนเหนือติดชายแดนประเทศไทยลงไปสุดชายอดนด้านใต้ติดประเทสสิงค์โปร์ นับว่าเป็นเส้นทางหลักในการคมนาคมของประเทศเลยที่เดียว เส้นทางสะอาด ขับง่าย มีจุดพักรถชัดเจน นับได้ว่าเป็นอีกการพัฒนาหนึ่งที่รองรับการพัมนาการท่องเทียวและเศรษฐกิจเป็นอย่างดี
คราวนี้ผมจะพูดถึงจุดแข็งด้านสังคมของประเทสมาเลเซียที่ผมพบก็คือการยู่ในสังคมที่หลากหลายเชืื้อชาติได้เป็นอย่างดี ไม่ทราบง่าด้วยสาเหตุใดก้ตาม แต่สิ่งหนึ่งคือการอยุ่กัยอย่างสันติ ภายใต้กรอบ กฏ ระเบียบอันเดียวกันได้เป็นอย่างดี สิ่งหนึ่งน่าจะมาจากการวางรากฐานที่ดีของประเทสอังกฤษ ที่เคยปกครองประเทศมาเลเซียมาก่อน เป็นผู้ที่วางกฏระเบียบไว้ อีกทั้งมองว่าประเทศอังกฤษ ได้กำหนดเรื่องภูมิบุตร ทำให้ชาวมาเลย์ทท้องถิ่นที่เป็นผู้อยู่อาศัยมาก่อนคนจีน คนอินเดีย จะได้รับสิทธิประโยชน์ก่อนคนจีย คนอินเดีย และผมสังเกตว่าคนมาเลยืท้องถิ่นนิยมที่จะเป็นข้าราชการ ส่วนคนจีนในมาเลยืนั้นจะเป็นนักธุรกิจ ส่วนคนอินเดียจะมาเป็นแรงงานทั่วๆ ไป สังคมอยู่กันอย่างเรียบร้อยได้ ไม่น่าเชื่อครับ
ประเทศมาเลเซียมีการปกครองแบบรัฐ และเขตปกครองพิเศษครับ ผมว่าการเป็นเขตปกครองพิเศษ ก็ไม่ได้เสียหายอะไร กลับทำหใ้การปกครองทำได้ง่ายมากขึ้น และคนท้องถิ่นสามารถที่จะปกครองกันเองได้ ไม่มีการเรียกร้องแยกดินแดนต่างๆ
เมื่อพูกด้านดีแล้ว ด้านที่เป็นข้อด้อยของมาเลเซียก็มีนะครับ แล้วผมจะเล่าสู่กันฟังต่อไปครับ
Sunday, June 17, 2007
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกับมุมมองของผม
- พอประมาณ ผมมองจากชีวิตประจำวันว่าการที่จะพอประมารในระดับครอบครัวก็คือการที่ไม่ซื้อของที่มีอยู่แล้วจนเกินความจำเป็น ตัวอย่างอีกข้อหนึ่งที่ผมมองก็คือลูกสาวผมชอบมักจะขอให้คุณพ่อและคุรแม่ซื้อกล่องใส่ดินสอใหม่ ๆ ให้เสมอ ๆ หรือแทบทุกครั้งที่ไปเดินห้างสรรพสินค้า ผมจึงมองว่าการที่เราซื้อให้ลูกนั้น มันเกินความพอประมาณหรือปล่าว เนื่องจากเป็นสิ่งของลูกสาวผมมีอยู่จำนวนมาก แต่ลูกสาวผมมักจะใช้แล้วไม่เก็บจึงมักจะบอกว่าของมันหาย ดังนั้น การซ้อของที่มีอยู่จนเกินความจำเป็นน่าจะเป็นการเกินความพอประมาณ
- มีเหตุผล ในมุมมองผมนั้น มองถึงความต้องการ (Want) หรือ จำเป็น (Need) เนื่องจากผมมองว่าการที่เราซื้อของมาด้วยความอยากนั้น น่ารจะเป็นการเกินความพอประมาณ แต่ถ้าเราสามารถตอบตัวเองได้ว่าซื้อเพื่อความจำเป็นอะไร ก็น่าอยู่ในความพอประมาณได้
- มีภูมิคุ้มกัน ผมมองว่าต้องรู้เท่าทัน เนื่องจากเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ อันเนื่องมาจากเทคโนโลยี่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต่าง ๆ ไปด้วย ดังนั้น การที่เราจะนำเทคโนโลยี่อะไรมาใช้ ก็ควรจะต้องมีความรอบรู้ และรู้เท่าทันสิ่งที่เรานำมาใช้ มิเช่นนั้น จะกลายเป็นดาบที่กลับไปทิ่มแทงตัวเราเองได้
- มีความรู้นั้น ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นการที่ต้องมีการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้มีภุมิคุ้มกัน
- สุดท้ายเรื่องคุณะธรรมนั้น น่าจะเป็นการที่จะต้องเรียนรู้หลักธรรมะ รู้จักการเข้าวัดบ้าง จิตใจจะได้อ่อนโยน และคิดดี ทำดี
Sunday, June 10, 2007
การที่ประเทศสหรัฐฯกลายเป็นมหาอำนาจหนึ่งเดียวของโลกในยุคโลกาภิวัตน์
มิติทางทหาร: ประเทศสหรัฐฯ มีการวางกำลังทหารเพื่อควบคุมพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาคของโลก มีพลังอำนาจเหนือประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก
มิติทางเศรษฐกิจ : GDP เคยใหญ่เป็นครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจโลก ในปัจจุบันร้อยละ ๓๐ หรือประมาณ ๑๐ ล้านล้านเหรียญ
มิติทางเทคโนโลยี : การวิจัยพัฒนาด้านเทคโนโลยีทุก ๆ ด้านของประเทศสหรัฐฯ มีความก้าวหน้ากว่าประเทศอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด
มิติทางวัฒนธรรม: ประเทศต่าง ๆ ยอมรับวัฒนธรรมของประเทศสหรัฐฯ อย่างเต็มใจ เช่น ๓ใน ๔ ของตลาดภาพยนตร์มาจากประเทศสหรัฐฯ ซึ่งแทรกความเป็นฮีโรของประเทศสหรัฐฯ ทำให้ประเทศสหรัฐฯ เข้าครอบงำทางวัฒนธรรมของโลกอยู่ตลอดเวลา เช่น ภาษา, อาหาร, การแต่งกาย, การเมือง, ระบบเศรษฐกิจ, วิชาความรู้, อินเตอร์เน็ต นอกจากนี้ประเทศสหรัฐฯ มีอิทธิพลเหนือสถาบันที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก เช่น UN, IMF,WB, WTO …”
อย่างไรก็ตามเมื่อประมวลเหตุการณ์หลัก ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ประเทศสหรัฐฯครองความเป็นประเทศมหาอำนาจขั้วเดี่ยวแล้วนั้น มีเหตุการณ์ที่สำคัญตามมา ๓ เหตุการณ์ใหญ่ ๆ ซึ่งประกอบด้วย คำประกาศการจัดระเบียบโลกใหม่ (New World Order) การเกิดขึ้นของโลกาภิวัตน์ (Globalization) และการเกิดขึ้นของกลุ่มมหาอำนาจชั้นรอง (Major Power Countries) ที่ต่อต้านมหาอำนาจขั้วเดี่ยว ซึ่งจะกล่าวถึงพอสังเขปดังต่อไปนี้
- คำประกาศการจัดระเบียบโลกใหม่ (New World Order) ดังที่อดีตประธานาธิบดี จอร์จ บุช ของประเทศสหรัฐฯ ได้ประกาศจัดระเบียบโลกใหม่เพื่อให้ประชาคมโลกเดินตามระเบียบอันนี้เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๓๓ (๙/๑๑ ในปี ค.ศ.๑๙๙๐) ทำให้โลกทั้งโลกต้องเดินตามคำประกาศการจัดระเบียบใหม่อันนี้อย่างว่าง่าย ระเบียบโลกใหม่ประกอบไปด้วยสาระสำคัญ ๔ ประการคือ
๑) ความเป็นประชาธิปไตย (Democracy)
๒) สิทธิมนุษยชน (Human Right)
๓) สภาพแวดล้อม (Environment)
๔) การค้าเสรี (Free Trade)
ซึ่งสาระสำคัญทั้ง ๔ ประการดังกล่าวในเวลาต่อมากลายเป็นเครื่องมือของประเทศประเทศสหรัฐฯและพันธมิตรในการจัดระเบียบและแสวงหาประโยชน์ในด้านอื่น ๆ เช่น การบีบบังคับประเทศต่าง ๆ ในประชาคมโลกให้อยู่ภายใต้อิทธิพลอำนาจของตนในทุก ๆ ด้านเพื่อการเกื้อกูลต่อการปฏิบัติการในด้านอื่น ๆ ดังตัวอย่างคือ การกีดกันด้านการค้าต่อประเทศ ที่ไม่ดำเนินการตามสาระสำคัญของ New World Order ได้แก่ บางประเทศที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่เป็นประชาธิปไตย ทำลายสภาพแวดล้อมของโลก หรือไม่เปิดตลาดให้มีการค้าแบบเสรีกับประเทศมหาอำนาจ เป็นต้น
การจัดระเบียบโลก เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายยุคหลายสมัย ตามสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ๆ ในยุคล่าอาณานิคม เมื่อศตวรรษที่ ๑๕ กระแสโลกาภิวัตน์คือกระแสของความทันสมัย (Modernization) ที่ประเทศมหาอำนาจตะวันตกใช้เป็นเงื่อนไขในการล่าอาณานิคมเพื่อยึดครองพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก
- การเกิดขึ้นของโลกาภิวัตน์ ( Globalization ) โดยอาศัยเงื่อนไขของความเจริญก้าวหน้าด้านการคมนาคมขนส่งและความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology : IT) ที่เชื่อมโยงทุกอย่างทั่วโลกให้เชื่อมถึงกันหมด ในทางวิทยาการด้านวิชารัฐศาสตร์กล่าวถึงกระแสโลกาภิวัตน์ว่าเนื่องจากระบบทุนนิยมเสรีแบบเก่าประสบความล้มเหลวด้านพัฒนาการ ทำให้กลุ่มทุนนิยมเสรีที่มีอำนาจครอบครองเศรษฐกิจของโลกต้องสร้างระบบทุนนิยมเสรีขึ้นมาใหม่ (Neo-Liberalism) เพื่อที่จะดำรงรักษาพลังทางด้านเศรษฐกิจของกลุ่มทุนนิยมเสรีดังกล่าวให้ได้ พัฒนาการในการคิดค้นและสร้างความเจริญทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ( Information Technology : IT ) เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงไปสู่เป้าหมายของกลุ่มทุนดังกล่าว เมื่อเทคโนโลยีด้านสารสนเทศมีความก้าวหน้า สิ่งที่ตามมาคือยุคสมัยของโลกาภิวัตน์เกิดขึ้นนั่นเอง ดังนั้นโลกาภิวัตน์จึงมิได้เกิดขึ้นมาเองของยุคสมัย แต่มีผู้กำกับเรื่องการเกิดขึ้นและการดำเนินไปของโลกาภิวัตน์ในทุกขั้นตอน IT พัฒนามาจากพื้นฐานทางคอมพิวเตอร์ การพัฒนามีความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดและต่อเนื่อง ผู้ที่สามารถครองความเหนือกว่าทาง IT ในยุคโลกาภิวัตน์คือประเทศประเทศสหรัฐฯและพันธมิตร รวมทั้งการเป็นผู้นำของฝ่ายทุนนิยมเสรีใหม่ ดังนั้น ประเทศสหรัฐฯจึงเป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถใช้โลกาภิวัตน์เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของตนได้มากที่สุด ประเทศที่พยายามตามความก้าวหน้าของโลกาภิวัตน์ ถ้าตามทันก็จะได้ประโยชน์ ถ้าตามไม่ทันก็จะเผชิญกับภัยคุกคามในทุก ๆ ด้าน ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วก็จะได้ประโยชน์จากโลกาภิวัตน์เป็นส่วนใหญ่ ส่วนประเทศที่กำลังพัฒนาและด้อยพัฒนาก็จะถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจที่เป็นเป้าหมายหลักของการพัฒนากระแสโลกาภิวัตน์ ในที่นี้จะกล่าวถึงสภาพแวดล้อมใหม่อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากอิทธิพลของกระแสโลกาภิวัตน์พอสังเขป ดังนี้
- ความเจริญของเทคโนโลยีทุก ๆ ด้าน พัฒนาอย่างก้าวกระโดด เช่น นาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีอวกาศ เป็นต้น ไม่มีประเทศใด ที่จะตามการก้าวกระโดดทางด้านพัฒนาการเทคโนโลยีของประเทศสหรัฐฯได้ทัน ประเทศสหรัฐฯจึงเป็นประเทศเดียวที่ผูกขาดการใช้เทคโนโลยีชั้นสูง มีความเหนือชั้น ยากที่ประเทศใดจะเข้าใจได้ ตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในหลาย ๆ ด้านพร้อมกันคือ สงครามอ่าวเปอร์เซียเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๔ สงครามอิรัก เมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๖ ซึ่งทำให้ศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของประเทศสหรัฐฯในประชาคมโลกมีความโดดเด่น เพิ่มเสริมพลังอำนาจของประเทศสหรัฐฯได้อย่างเหนือชั้น ในขณะเดียวกันทำให้นักธุรกิจของกลุ่มทุน ที่ผลิตอาวุธ และค้าอาวุธ สามารถขายอาวุธของตนเองได้เป็นมูลค่ามหาศาล
- พัฒนาการของ IT ทำให้ยุคนี้มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่าเป็นยุคสงครามสารสนเทศ หรือยุคสงครามข้อมูลข่าวสาร (Information Warfare : IW) มีผลกระทบอย่างมากต่อสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงของโลก กล่าวคือ สงครามสารสนเทศได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับทุก ๆ สถานการณ์ในโลก ทำให้รูปแบบของสงครามเปลี่ยนแปลงไป ประเทศที่ไม่เข้าใจจะตกเป็นเหยื่อสงครามดังกล่าว ตัวอย่างของสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ได้ใช้สงครามสารสนเทศหลายรูปแบบพร้อม ๆ กัน ที่เห็นได้ชัดคือ การใช้สื่อ CNN สงครามครั้งนั้นได้พัฒนาไปถึงขั้นทำให้ประชาคมโลกทั่วทุกหนทุกแห่งได้เห็นภาพสนามรบในเวลาจริง (Real Time) พร้อมกันทั่วทั้งโลก ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ ได้เห็นภาพการทำลายล้างด้วยอาวุธสมัยใหม่ที่มีเทคโนโลยีสูงอย่างแม่นยำ รวดเร็ว และรุนแรง เช่นเดียวกันกับสงครามอัฟกานิสถาน พ.ศ.๒๕๔๔ สงครามอิรัก พ.ศ.๒๕๔๖ แต่ที่เหนือไปกว่านั้นคือการทำให้ผู้ที่รับข่าวสารเชื่อไปในแนวทางเดียวกันอย่างไม่มีข้อสงสัยจากข่าวสารที่ได้รับ มหาวิทยาลัยป้องกันของกองทัพประเทศประเทศสหรัฐฯ (U.S. National Defense University : U.S.NDU) ได้กำหนดรูปแบบของสงครามสารสนเทศออกเป็น ๗ รูปแบบและมีการนำมาใช้อย่างกว้างขวางดังนี้
๑) สงครามการควบคุมบังคับบัญชา (Command and control warfare) ที่มุ่งกระทำต่อระบบในการควบคุมบังคับบัญชาของกองทัพฝ่ายตรงข้าม ให้เกิดการสับสน และใช้การไม่ได้ ไม่สามารถบังคับบัญชาและสั่งการกองทัพของตนในการรบได้ ในขณะเดียวกัน ก็สร้างระบบป้องกันการควบคุมบังคับบัญชาของฝ่ายตนให้ใช้ได้อยู่เสมอ
๒) สงครามฐานข่าวกรอง (Intelligence based warfare) เป็นสงครามเรื่องการให้ได้มาซึ่งข่าวสารและข่าวกรองที่เหนือกว่าฝ่ายตรงข้าม ซึ่งอาจจะใช้ทั้งการจารกรรมด้วยสายลับที่เป็นตัวบุคคล และจารกรรมทางไซเบอร์และแฮ็กเกอร์ ซึ่งข่าวสารที่ได้มาเพื่อสนับสนุนงานด้านความมั่นคงของประเทศจะครอบคลุมพลังอำนาจของชาติในทุก ๆ ด้าน ข่าวสารที่เหนือกว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นเครื่องประกันชัยชนะในการทำสงครามในทุก ๆ ด้าน ฉะนั้นประเทศมหาอำนาจทั้งหลายจึงต้องทุ่มเททรัพยากรเพื่องานด้านนี้อย่างมหาศาล
๓) สงครามอิเลคทรอนิกส์ (Electronics Warfare : EW) เป็นการใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ในการทำสงคราม ให้ได้ชัยชนะต่อฝ่ายตรงข้ามเพื่อสนับสนุนงานสงครามด้านอื่น ๆ ประเทศมหาอำนาจได้มีการพัฒนา EW ให้มีความล้ำหน้าไปไกลมาก ในปัจจุบันการปฏิบัติพื้นฐานของสงครามนี้ ทำโดย ๑. ใช้ดักฟัง (radio interception) ๒. การหาทิศ (direction finding) และ ๓. คือ การรบกวน (jamming) แต่ปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิตอล การดักรับดักฟังการสื่อสารในทุกรูปแบบกระทำได้อย่างกว้างขวาง ทั้งนี้เพราะเครื่องมือเทคโนโลยีสูงได้ถูกพัฒนาให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบดาวเทียมในอวกาศที่สามารถดักรับดักฟังและมองให้เห็นการเคลื่อนไหวข้ามทวีปได้ สามารถใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์แจมเข้าไปยังระบบการไหลเวียนเงินตราของธนาคารต่าง ๆ ทั่วโลกได้
๔) สงครามจิตวิทยา (Psychological Warfare) มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาเกี่ยวข้องมากขึ้น สามารถแพร่ข่าวสารได้รวดเร็วและกว้างขวางด้วยเครื่องมือหลากหลายชนิด เช่น โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์ วิทยุ หรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ เป้าหมายของสงครามจิตวิทยาคือการเปลี่ยนความเชื่อของกลุ่มบุคคลเป้าหมาย โดยการเผยแพร่ข่าวสารที่ต้องการให้กลุ่มบุคคลเป้าหมายเชื่อออกไปตามสื่อต่าง ๆ ถ้าสื่อหลายชนิดเสนอข่าวที่ถูกต้องตรงกัน ผู้รับก็จะเชื่อข่าวสารนั้นได้โดยง่าย เช่น เมื่อข่าวสารถูกเผยแพร่ในสถานีโทรทัศน์ CNN ผู้รับข่าวสารก็จะให้ค่าของความเชื่อในระดับที่สูง ยิ่งถ้าข่าวสารย้ำข้อความลงในอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีการเตรียมเว็บไซต์ไว้เป็นจำนวนอย่างน้อย ๑๐-๑๐๐ เว็บไซต์ (ซึ่งปัจจุบันนี้ทำได้ง่าย) ข่าวสารนั้นก็จะได้รับการเชื่อถือ
๕) สงครามแฮ็กเกอร์ (Hackers Warfare) โดยอาศัยเครื่องมือที่เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตและมีนักแฮ็กเกอร์ที่สามารถเจาะเข้าไปยังข้อมูลที่ต้องการของเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้ทั่วโลก ก่อนปี ค.ศ.๑๙๙๗ รัฐบาลประเทศสหรัฐฯเคยถูกกล่าวหาว่าส่งนักแฮ็กเกอร์เข้าไปโจรกรรมข้อมูลด้านเศรษฐกิจของกลุ่มสหภาพยุโรปและมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ ๙/๑๑ เรื่องจึงได้เงียบหายไป องค์กร ซีไอเอ ได้เคยแจ้งเตือนเรื่องมีนักแฮ็กเกอร์ของจีนและรัสเซียจะเข้าไปโจรกรรมข้อมูลลับของประเทศสหรัฐฯ นักแฮ็กเกอร์ข่าวสารด้านเศรษฐกิจได้โจรกรรมข้อมูลด้านเศรษฐกิจของหลายประเทศก่อนที่จะเปิดสงครามทางเศรษฐกิจในปี พ.ศ.๒๕๔๐
๖) สงครามฐานข้อมูลทางเศรษฐกิจ (Economical based Warfare) เมื่อฐานข้อมูลทางเศรษฐกิจของทุกประเทศทั่วโลกเข้าสู่ระบบ Online ทำให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับนักแฮ็กเกอร์สามารถเข้าไปแสวงประโยชน์จากข้อมูลต่าง ๆ เหล่านั้นได้ โลกาภิวัตน์เป็นเพียงเครื่องมือที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระบบทุนเสรีแบบใหม่ตามหลักวิชารัฐศาสตร์ที่กล่าวถึงมาแล้ว ทั้งนี้เพราะ IT ทำให้สามารถล่วงรู้ข้อมูลทางเศรษฐกิจในระดับลึกเพียงใดก็ได้ นายจ๊อร์จ โซรอส ได้ใช้สงครามรูปแบบนี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเริ่มต้นที่ประเทศประเทศไทยแล้วแผ่ขยายผลไปทั่วเอเชีย ทำให้มีเงินไหลเข้าประเทศสหรัฐฯคิดเป็นปริมาณไม่ต่ำกว่า ๒๘ ล้านล้านบาท สามารถควบคุมเศรษฐกิจของเอเชียได้ทั้งทวีปในชั่วข้ามคืน
๗) สงครามไซเบอร์ (Cyber warfare) เป็นสงครามเชิงข้อมูลข่าวสารที่มีความกว้างขวางอย่างไร้ขอบเขตจำกัด ข้อมูลอารยะธรรมที่มีความเข้มแข็งกว่าไหลบ่าท่วมอีกอารยะธรรมหนึ่ง เช่น : สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากประเทศประเทศสหรัฐฯโดยอ้างถึงรายงานของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ว่า ประธานาธิบดี จอร์จ บุช ได้อนุมัติคำสั่ง ให้หน่วยงานรัฐบาลเตรียมแผนไซเบอร์แอตแทคโจมตีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของฝ่ายตรงข้าม
จากการที่ประเทศประเทศสหรัฐฯเป็นผู้ที่ใช้สงครามทั้ง ๗ รูปแบบ ทำให้ประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ ต้องพัฒนาและใช้ทำสงครามตอบโต้ เช่น เมื่อครั้งที่มีการโจมตีค่าเงินของจีนที่ฮ่องกง จีนได้ใช้นักแฮ็กเกอร์ตอบโต้การตีค่าเงินจนกระทั่งนักสงครามทางการเงินของประเทศสหรัฐฯเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ดังนั้น ถ้าผู้ที่รู้และตามทันเทคโนโลยีสงครามสารสนเทศรวมทั้งเข้าใจเล่ห์เหลี่ยมแต้มคูของสงคราม จะสามารถแสวงประโยชน์จากโอกาสอันนี้ได้ แต่ถ้าไม่รู้เท่าทัน สงครามสารสนเทศจะกลายเป็นภัยคุกคาม
- พื้นฐานสำคัญอีกประการหนึ่งของยุคโลกาภิวัตน์ คือการขนส่งได้รับการพัฒนาให้มีความรวดเร็วและขนส่งได้จำนวนมากขึ้น ผลกระทบของเรื่องดังกล่าวทำให้มีการขนส่งสินค้าและผลผลิตต่าง ๆ จากซีกโลกหนึ่งไปยังอีกซีกโลกหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว ทำให้บรรษัทข้ามชาติของประเทศที่มีพลังอำนาจทางเศรษฐกิจสูงกว่ามีขีดความสามารถในการเข้าครอบครองเศรษฐกิจของโลกได้เหนือกว่า และยังทำให้ประเทศมหาอำนาจสามารถเคลื่อนย้ายกำลังทหารและยุทโธปกรณ์เข้าทำการรบในสมรภูมิใด ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เช่น การเคลื่อนย้ายกำลังทหาร ในการทำสงครามอัฟกานิสถานของประเทศสหรัฐฯ สงครามอ่าวเปอร์เซีย ปี ๒๕๔๖ เป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งถ้าเป็นอดีตจะใช้เวลายาวนานกว่านี้มาก
- มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนได้ครั้งละมาก ๆ และรวดเร็วกว่าในอดีต ทำให้บรรษัทข้ามชาติของประเทศมหาอำนาจที่มีพลังอำนาจทางเศรษฐกิจได้ประโยชน์ เช่น บรรษัทข้ามชาติของประเทศมหาอำนาจเข้าครอบครองธุรกิจของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว การเข้าซื้อธุรกิจ ด้านการธนาคาร จากประเทศที่พ่ายแพ้สงครามทางการเงินในเอเชียปี ๒๕๔๐ เป็นต้น
- การเกิดขึ้นของกลุ่มมหาอำนาจชั้นรองที่ต่อต้านมหาอำนาจขั้วเดี่ยว มีการรวมกลุ่มกันของหลายประเทศเพื่อต่อรองพลังอำนาจของประเทศสหรัฐฯ เช่น เมื่อครั้งที่ประเทศสหรัฐฯตัดสินใจเข้าโจมตีอิรักเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๖ ทำให้หลายประเทศสูญเสียประโยชน์ในอิรักและในตะวันออกกลาง จึงร่วมกันต่อต้าน ทำให้เกิดขั้วอำนาจใหม่ ๒ ขั้วอย่างไม่เป็นทางการคือ ขั้วของประเทศสหรัฐฯและพันธมิตรกับขั้วที่ต่อต้านประเทศสหรัฐฯ ซึ่งมีแกนนำที่เป็นประเทศมหาอำนาจชั้นรองหลายประเทศ อาทิ จีน รัสเซีย กลุ่มสหภาพยุโรป บางประเทศ เป็นต้น
การปะทะกันทางวัฒนธรรมของโลกยุคใหม่
- เกิดการต่อสู้ของวัฒนธรรมทางศาสนา ซึ่งในอดีตที่ผ่านมามีการต่อสู้ของสองศาสนาใหญ่นับพันปีคือคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกและอิสลามในรูปของ “สงครามครูเสด” สงครามดังกล่าวได้ลดความรุนแรงลงระยะหนึ่งอันเนื่องมาจากชาวมุสลิมตกเป็นผู้อยู่ภายใต้การควบคุมของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกในยุคล่าอาณานิคม พื้นที่ความมั่งคั่งของชาวมุสลิมถูกชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกยึดครองเป็นส่วนใหญ่ เช่น การยึดครองตะวันออกกลางอันเป็นแหล่งพลังงานของโลก การปลดแอกจากการยึดครองของชาวคริสต์ได้ผลเมื่อสงครามโลกครั้งที่ ๒ สิ้นสุดลง พลังของชาวมุสลิมเริ่มฟื้นตัวขึ้นหลังยุคสงครามเย็น ศาสนาอิสลามเริ่มเข้าไปในยุโรปและประเทศสหรัฐฯ รวมทั้งเข้าไปในประเทศโลกที่ ๓ คือ ประเทศในทวีปอาฟริกา ซึ่งนับวันผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามจะมากขึ้นในเขตของชาวคริสต์ ภาพการก่อการร้ายของชาวมุสลิมหัวรุนแรงเริ่มปรากฏขึ้น มีภาพผู้นำการต่อสู้ของชาวมุสลิมปรากฏเด่นชัดขึ้น จากปรากฏการณ์การก่อการร้ายวันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๔ หรือเหตุการณ์ ๙/๑๑ ภาพการก่อการร้ายของชาวมุสลิมหัวรุนแรงที่มีผู้นำโดย โอซามา บิน ลาเดน ได้ขยายอิทธิพลครอบคลุมหลายพื้นที่ในโลก นอกจากนั้นผลผลิตของการปะทะกันทางวัฒนธรรมยังมีเหตุการณ์ที่สำคัญ ๆ อีก เช่น สงครามอัฟกานิสถาน สงครามอิรัก วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง วิกฤตการณ์ในทวีปอาฟริกาหลายพื้นที่เป็นต้น ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลพวงของความขัดแย้งกันทางวัฒนธรรมศาสนาทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามกรณีเหตุการณ์ ๙/๑๑ อันเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อการร้ายสากลที่แพร่ขยายเป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยของประชาคมโลกนั้น อยู่ในกรอบของการปะทะกันทางวัฒนธรรม ยังมีความเชื่ออีกกระแสหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการสร้างขึ้น เพื่อหวังผลในการสร้างความเสียหายให้กับภาพพจน์ชาวมุสลิม กับอีกเหตุผลหนึ่งเพื่อที่จะอ้างสิทธิความชอบธรรมในการเข้าไปยึดครองแหล่งทรัพยากรน้ำมันในตะวันออกกลาง รวมทั้งเหตุผลทางยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการปิดล้อมประเทศมหาอำนาจที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศสหรัฐฯ[i]
- เกิดขั้วมหาอำนาจตะวันตกและตะวันออก โดยในอดีตที่ผ่านมานับตั้งแต่เริ่มยุคล่าอาณานิคม ประมาณต้นศตวรรษที่ ๑๕ เป็นต้นมา อารยธรรมตะวันตกมีอิทธิพลเหนืออารยธรรมตะวันออก ประเทศอารยธรรมตะวันตกแสดงบทบาทเป็นผู้ล่าอาณานิคม และเข้าครอบครองและควบคุมชาวตะวันออก เมื่อสงครามเย็นสิ้นสุดลง วิวัฒนาการทางพลังอำนาจของอารยธรรมตะวันออกเพิ่มสูงขึ้น พลังอำนาจของอารยธรรมตะวันออกเริ่มคานอำนาจของอารยธรรมตะวันตกได้มากขึ้น ณ ปัจจุบันนี้พลังอำนาจของชาลีเริ่มสูงขึ้น การแสดงตนของความเป็นผู้นำทางอารยธรรมตะวันออกเริ่มเด่นชัดมากขึ้น หลายประเทศในเอเชียรวมทั้งทางยุโรปล้วนมีนโนบาย Look East ถนนทุกสายมุ่งตรงไปที่ชาลี ประเทศที่เคยเป็นคู่อริกับชาลีในอดีตเช่น รัสเซีย อินเดีย และแม้กระทั่งญี่ปุ่นเริ่มให้ความสำคัญกับชาลีในฐานะความเป็นประเทศมหาอำนาจผู้นำทางตะวันออกและเป็นผู้แทนของอารยธรรมตะวันออก อย่างไรก็ตามการต่อสู้ของ ๒ อารยธรรมทั้งตะวันตกและตะวันออกยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีผู้นำทางตะวันออกเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม การปะทะกันหรือการต่อสู้กันทางวัฒนธรรมของตะวันตกโดยมีประเทศสหรัฐฯเป็นผู้นำ กับชาลีที่เป็นผู้นำทางอารยธรรมตะวันออกจะมีการปะทะกันรุนแรงขึ้นตามลำดับ ส่วนรูปแบบของการปะทะกันจะออกมาในรูปแบบของสงครามตัวแทน (Proxy War) เช่น วิกฤตการณ์ไต้หวัน วิกฤตการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งประเด็นทางวัฒนธรรมที่แอบแฝงอยู่ในผลประโยชน์ที่มีการกล่าวอ้าง
- เกิดขั้วมหาอำนาจแบบผสม อันเกิดจากการรวมกลุ่มของประเทศมหาอำนาจทั้งที่เกี่ยวข้องกับประเด็นวัฒนธรรมและประเด็นที่นอกเหนือจากประเด็นที่ไม่ใช่วัฒนธรรม ปรากฏการณ์ของการรวมกลุ่มกันของประเทศมหาอำนาจทั้งทางตะวันออกและตะวันตก ที่ร่วมกันต่อต้านการโจมตีอิรักเมื่อต้นปี พ.ศ.๒๕๔๖ อันประกอบไปด้วย ชาลี รัสเซีย และกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปบางประเทศ เพื่อที่จะคานกับประเทศสหรัฐฯและพันธมิตร อย่างไรก็ตามการรวมกลุ่มดังกล่าว แม้ว่าจะได้เห็นการรวมกลุ่มที่เพิ่งจะเกิดขึ้นมาไม่นานแต่สถานการณ์แวดล้อมที่จะทำให้เกิดแนวความคิดอันนี้ของประเทศมหาอำนาจทั้งหลายมีเป็นรูปธรรมมานานแล้วแต่ยังไม่มีสถานการณ์ร่วมที่จะทำให้สามารถแสดงบทบาทร่วมเช่นนี้ได้ ทางฝ่ายชาลีก็ได้กำหนดท่าทีอย่างเด่นชัดว่าผู้ที่เป็นภัยคุกคามชาลี คือ ประเทศสหรัฐฯ ส่วนด้านรัสเซียที่เคยได้รับผลกระทบจากนโยบายด้านความมั่นคงของประเทศสหรัฐฯจนทำให้อดีตสหภาพโซเวียตต้องล่มสลาย ภัยคุกคามที่ถือว่าเป็นปัญหาหลัก จึงมาจากประเทศสหรัฐฯมากกว่าประเทศอื่น ๆ อีกทั้งการที่ประเทศสหรัฐฯอ้างความชอบธรรมในการโจมตีอิรักอันเป็นดินแดนผลประโยชน์ของรัสเซียด้วยแล้ว ทำให้รัสเซียต้องออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน โดยอาศัยชาลีที่เป็นพันธมิตรในปัจจุบันและช่วยเหลือรัสเซียมาโดยตลอดในช่วงที่รัสเซียประสบกับวิกฤตการณ์ด้านการเงิน ในทำนองเดียวกัน สหภาพยุโรปได้ประกาศร่วมกันตั้งเงินสกุลยูโรขึ้นมา เพื่อเป็นแกนในการต่อสู้ด้านเศรษฐกิจกับประเทศสหรัฐฯ ปัจจุบันเงินยูโรยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะสู้กับเงินดอลลาร์ของประเทศสหรัฐฯ ชาลีจึงเป็นประเทศที่เป็นพันธมิตรการต่อสู้ทางด้านเศรษฐกิจของกลุ่มสหภาพยุโรป ทำให้สินค้าของประเทศดังกล่าวมีกระจายอยู่เป็นจำนวนมากในตลาดภายในของชาลี ทำนองเดียวกันสินค้าของชาลีก็ถูกส่งไปขายยังตลาดของประเทศมหาอำนาจดังกล่าวเช่นกันเป็นลักษณะของการแลกเปลี่ยนและร่วมมือ ชาลีและรัสเซีย รวมทั้งประเทศในยุโรปตะวันออกได้ตกลงด้านความร่วมมือกับชาลีในองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organizations : SCO) มีการซ้อมรบร่วมกันของประเทศสมาชิก ทำให้แนวโน้มของความสัมพันธ์ของประเทศมหาอำนาจทั้งที่เป็นอารยธรรมตะวันตกและตะวันออกมารวมกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อคานอำนาจกับประเทศสหรัฐฯ
จะเห็นได้ว่า สถานการณ์ความมั่นคงมีส่วนเกี่ยวข้องกับทั้งสถานการณ์ด้านความมั่นคงของโลกโดยภาพรวมและเงื่อนไขปัจจัยภายในของแต่ละประเทศ แต่เหตุปัจจัยอันเนื่องจากสถานการณ์ภายนอกอันมีผู้เล่นที่เป็นประเทศ (State Actors) เป็นเหตุปัจจัยที่จะมาช่วยกระตุ้นให้เกิดสถานการณ์ใด ๆ ขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศมหาอำนาจที่มีพลังอำนาจที่เป็นศักยภาพเพียงพอที่จะทำได้ รวมทั้งมีเจตนารมณ์ที่สามารถดูได้จากผลประโยชน์แห่งชาติและความตั้งใจของผู้นำประเทศ รวมทั้งกลุ่มอิทธิพลและกลุ่มผลประโยชน์ที่อยู่เบื้องหลังการผลักดันนโยบายรัฐบาลของประเทศมหาอำนาจได้ นอกจากนั้นผู้แสดงอื่น ๆ ที่ไม่ใช่รัฐ (Non State Actors) ยังมีส่วนในการผลักดันให้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ขึ้นในโลก เช่น องค์การสหประชาชาติ (UN) องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) เป็นต้น อย่างไรก็ตามองค์กรต่าง ๆ ที่เป็นผู้เล่นบนเวทีโลกที่ไม่ใช่รัฐดังกล่าวย่อมได้รับการสนับสนุนจากประเทศที่แสดงอิทธิพลเพื่อสนับสนุนองค์กรต่าง ๆ เหล่านั้น บ่อยครั้งองค์กรดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างสถานการณ์ขึ้น ซึ่งภาพที่ปรากฏคือเป็นไปตามบทบาทและหน้าที่ที่กล่าวไว้เป็นลายลักษณ์อักษรขององค์กรนั้น ๆ โดยมีประเทศมหาอำนาจบางประเทศที่ให้การสนับสนุนและกำกับนโยบายในการดำเนินการอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น นอกจากนั้นแล้ว ประเทศมหาอำนาจยังใช้ประเทศบริวารเป็นผู้ทำสงครามตัวแทน
การเปลี่ยนแปลงภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของโลกและสุริยะจักรวาล
องค์การนาซ่าของสหรัฐฯ ได้นำเสนอผลการศึกษาเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติของจักรวาล ๑ เรื่องคือ
เหตุการณ์ดาวพฤหัสบดีถูกชน โดยขบวนดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี ๙ ได้ถูกพยากรณ์ล่วงหน้าไว้เป็นเวลากว่าปีเศษทีเดียว โดยคณะนักดาราศาสตร์สามคน คือ "ยูจี ชูเมกเกอร์" (Eugene Shoemaker) ,"คาโรลีน ชูเมกเกอร์" (Carolyn Shoemaker) ภรรยาของยูชาลี และ "เดวิด เลวี" (David Levy) จากการค้นพบของคณะนักล่าดาวหางผู้ประสบความสำเร็จในการตามล่าดาวหางมาอย่างดี ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๙๙๓ โดยกล้องโทรทรรศน์ขนาด ๑๘ นิ้ว ที่หอดูดาวพาโลมาร์ และก็เป็นผลงานการค้นพบดาวหางร่วมกันของสองสามีภรรยาชูเมกเกอร์กับเดวิด เลวี เป็นดวงที่ ๙
ขบวนดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี ๙ เคลื่อนที่เข้าชนดาวพฤหัสบดีด้วยความเร็วกว่า ๑๓๐,๐๐๐ ไมล์ต่อชั่วโมง (๒๐๘,๐๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ผลจากการชนรุนแรงยิ่งกว่าอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดที่มีอยู่บนโลก และมนุษย์โลกก็ได้ มีผลทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนบนดาวพฤหัสฯ และแรงสั่นสะเทือนอันนั้นสะท้อนไปกระทบดวงดาวต่าง ๆ ในระบบสุริยะจักรวาล รวมทั้งกระทบต่อธรรมชาติของโลกด้วย ในส่วนของโลก มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้น เช่น แผ่นดินไหวอย่างรุนแรง เกิดปรากฏการณ์เอลนีโน ลานีน่า เป็นต้น เกิดการเปลี่ยนแปลงสนามขั้วแม่เหล็กโลกอย่างรุนแรง จะส่งผลกระทบต่อพื้นผิวบนโลกอีกขนานใหญ่ เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศ จากการศึกษาอย่างขมักเขม้นทำให้ทราบว่า พื้นที่เพาะปลูกหลายพื้นที่ถูกทำลาย ลงทำให้การผลิตอาหารเลี้ยงพลโลกลดลง พื้นที่ที่เหลือจะประกอบไปด้วยประเทศน้ำเงินบางส่วน พื้นที่ในอาเซียนบางส่วน รวมทั้งพื้นที่ตอนใต้ของชาลี จากผลการศึกษายังมีรายงานต่อไปว่าด้วยเหตุอันนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ความมั่นคั่งบนพื้นโลก และมีผลทำให้เปลี่ยนแปลงการเป็นมหาอำนาจของโลกด้วย ชาลี จะได้รับอานิสงอันนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งผลจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในอีกไม่ช้าไม่นานในอนาคตนี้ การเปลี่ยนแปลงธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากปรากฎการณ์ดังที่กล่าวมาแล้วนั้น มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงของโลกหลายประการซึ่งจะกล่าวพอสังเขปดังต่อไปนี้
- เกิดการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ เช่น ทำให้ฤดูกาลในแต่ละพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติขึ้น เช่น พายุ Katrina ในประเทศสหรัฐฯและกรณีอื่น ๆ อีกในหลายพื้นที่ ผลกระทบประการหนึ่งคือ พื้นที่ผลิตอาหารบนผิวโลกถูกทำลาย ทำให้เกิดการแย่งชิงพื้นที่เพาะปลูกที่ยังเหลือบนพื้นโลก อันจะนำไปสู่การยึดกุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางด้านการผลิตอาหารของโลกและจะสามารถใช้อาหารที่มีจำกัดเป็นอาวุธในการต่อสู้ในเวทีโลกที่เรียกว่า “โภชนาวุธ” พื้นที่ที่มีการคาดการณ์ไว้ว่าจะได้รับผลกระทบจากอิทธิพลของ เอล นีโน่ น้อยที่สุด และยังคงเป็นพื้นที่ที่สามารถผลิตอาหารได้เป็นปกติคือ พื้นที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางประเทศและพื้นที่ตอนใต้ของชาลี พื้นที่เหล่านี้จะกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีการแย่งชิงในอนาคต พื้นที่อื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากปรากฏการณ์ เอล นีโน่ ที่จะค่อย ๆ ถูกทำลายไปเรื่อย ๆ เช่น พายุ เฮอริเคนในประเทศสหรัฐฯที่นับวันจะเพิ่มความรุนแรงขึ้นและขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ แผ่นดินถล่มที่ตุรกีและอิหร่าน แผ่นดินไหวที่ปากีสถาน เป็นต้น
- เกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ยังผลทำให้เกิดแผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือบริเวณที่มีรอยแยกเดิมของเปลือกโลกอยู่แล้ว เช่น พื้นที่ทางยุโรปตะวันออก ในประเทศสหรัฐฯ พื้นที่ทางตะวันตกของทวีเอเชีย จะเกิดภัยพิบัติบ่อยครั้งขึ้น ทำให้แหล่งทรัพยากรของโลกเปลี่ยนแปลงไป และทำให้ประเทศมหาอำนาจมุ่งยึดครองพื้นที่ที่มีความมั่งคั่งของโลก เช่น แหล่งผลิตน้ำมันดิบที่สำรวจพบใหม่ในเวียดนาม ในกัมพูชา และในแดง แหล่งผลิตอาหาร เป็นต้น
- เกิดการระบาดของเชื้อโรคชนิดใหม่ เช่น โรคซาร์ซ โรคไข้หวัดนก เป็นต้น เชื้อโรคดังกล่าวจะมีทั้งเชื้อโรคที่เกิดขึ้นจากการวิจัยพัฒนาของมนุษย์แล้วได้มีการพัฒนาการต่อไปเอง ในสภาวะแวดล้อมที่มีความเหมาะสม และเชื้อโรคที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ จากเอกสารวิจัยหลายฉบับ เช่น Emerging Viruses - AIDS and Ebola: Dr. Leonard Horowitz, Emerging Viruses: AIDS & Ebola—Nature, Accident or Intentional? SARS (Severe Acute Respiratory Syndrome):A Great Global SCAM รวมทั้งนักศึกษาวิชาการทางทหารในสายอดีตสหภาพโซเวียตให้ข้อมูลตรงกันว่า ประเทศมหาอำนาจมีแหล่งวิจัยและผลิตเชื้อโรคต่าง ๆ มากมายหลายชนิดที่เตรียมไว้เพื่อทำสงครามชีวะ และแต่ละประเทศ ก็ยังคงมีการพัฒนาเชื้อโรคต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมการที่จะใช้ทำสงครามในยุคสมัยที่เหมาะสมต่อไป
- เกิดสภาวะโลกร้อน เมื่ออุณหภูมิของโลกสูงขึ้นผลกระทบอื่น ๆ ก็ตามมาเช่นช่วยเสริมให้ปรากฏการณ์ เอล นีโน่ ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ถ้าไม่มีการจำกัดหรือลดการทำลายความสมดุลธรรมชาติของโลก ปรากฏการณ์เรือนกระจกก็จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อสภาพแวดล้อมของโลกและถูกพัฒนาเป็นภัยคุกคามทางธรรมชาติของมนุษยชาติอย่างร้ายแรง เช่น เกิดภัยแล้ง เกิดฝนตกหนัก เกิดลมพายุที่รุนแรงขึ้น สร้างความเสียหายให้กับพืชผลและทรัพย์สินรวมทั้งชีวิตมนุษย์ ดังที่ปรากฏให้เห็นเป็นระยะ ๆ
Thursday, May 31, 2007
วันพิพากษา - The judgement day
ผมก็หวังเช่นกัยว่าการพิพากษาครั้งนี้ จะเป็นบรรทัดฐานที่สำคัญให้กับระบอบการเมืองการปกครองของไทยในอนาคตครับ
Wednesday, January 03, 2007
แนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันลูก
๒. สร้างประสิทธิภาพการเรียนรู้
๓. สร้างคุณธรรม/จริยธรรมให้เกิด
Friday, September 29, 2006
Well-Proven or War-Proven

Well-Proven คำนี้ เราเคยได้ยินกันมามาก เนื่องจากเวลาจะจัดหายุทโธปกรณ์ให้กับกองทัพ มักจะต้องได้ยินว่าต้อง Well-Proven นะครับ เช่นกันการจัดหาเรือรบก็เช่นกัน ปกติแล้วกองทัพเรือจะมียุทธศาสตร์ใน ๑๐ ปีข้างหน้า เพื่อนำมากำหนดกำลังรบให้สามารถปฏิบัติงานสนองตอบต่อยุทธศาสตร์ที่วางไว้ได้ ดังนั้น การจัดหาเรือรบก็ได้มีการกำหนดความต้องการหรือ Specifications เช่นกัน ดังนั้น เรือรบที่ต้องการจึงมักจะต้องได้รับการทดสอบและทดลองใช้เป็นอย่างดี เราจึงเรียกว่า Well-Proven
แต่คำว่า War-Proven มักจะได้ยินกันพูดกันเล่น ๆ ว่า Well-Proven คงไม่พอ หากได้ War-Proven ละก็ยิ่งดีใหญ่เลย เพราะว่าเรือรบที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติแล้วอาจจะยังไม่พอ หากได้เรือรบที่ผ่านการทดสอบในสนามรบจริง ๆ แล้ว ก็จะเป็นเรื
อรบที่ผ่านการการรันตีอย่างแน่นอนว่า "รบได้" ดังนั้น เรือรบที่ได้รับการยอมรับว่า War-Proven จึงเป็นคำที่กล่าวได้ว่าน่าจะต้องนำมาพิจารณากับการจัดหาเรือรบหรือยุทโปกรณ์ต่าง ๆ ได้อีกด้วย
Thursday, September 28, 2006
การจัดระเบียบเรือตามลำแม่น้ำโขง

จากการเปลี่ยนชื่อหน่วยปฏิบัติการตามลำแม่น้ำโขง (นปข.) มาเป็น หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) ทำให้มีการปรับเปลี่ยนภารกิจและบทบาทใหม่ด้วย โดยภารกิจเดิมมุ่งเน้นการป้องกันการแทรกซึม ซึ่งเป็นกิจในการป้องกันประเทศเป็นหลัก มาเป็นภารกิจใหม่ที่ได้รับ คือ การรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ตามลำแม่น้ำโขง ในฐานะเจ้าพนักงาน ที่กฎหมายมอบอำนาจหน้าที่ให้ ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดในระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ ศตส.อำเภอ ศตส.จังหวัด ศตส.กองทัพภาคที่ ๒ จนถึงระดับ ศตส.กองทัพไทย อีกทั้งยังต้องปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ปราบปราม และสกัดกั้นยาเสพติดตามนโยบายของผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพเรือ (ศ.ปป.ส.ทร.) ซึ่ง นรข. ในฐานะเป็นศูนย์ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด นรข. (ศ.ปป.ส.นรข.) ทำให้ นรข. ต้องคิดโครงการที่สามารถจะมาสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าวได้
ประกอบกับสภาพในปัจจุบันที่มีการใช้ประโยชน์จากลำแม่น้ำโขงของราษฎรทั้งสองฝั่งมากขึ้น ทำให้ปริมาณเรือที่มีใช้งานในลำแม่น้ำโขงของทั้งสองประเทศเพิ่มจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ แต่ขาดการควบคุมที่รัดกุม หรือ ขาดการกำหนดระเบียบ/มาตรการในการควบคุมดูแลที่มีประสิทธิภาพและเป็นแบบอย่างเดียวกัน ซึ่งส่งผลในเรื่องการรักษาความมั่นคงของชาติตามแนวชายแดน อันได้แก่ การลักลอบนำเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดน การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย และการลักลอบขนสินค้าหนีภาษีต่าง ๆ ทั้งนี้ หากปริมาณจำนวนเรือและการใช้เรือในลำแม่น้ำโขงของราษฎรทั้งสองฝั่งไทย – สปป.ลาว มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น การปฏิบัติด้านการตรวจสอบและพิสูจน์ทราบ จะกระทำได้ยากลำบากมากขึ้น ทำให้โครงการจัดระเบียบเรือตามลำแม่น้ำโขงของ นรข. จึงเกิดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
๑. เพื่อให้การป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ต่าง ๆ ในลำแม่น้ำโขงมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและง่ายต่อการติดตามขยายผลในการดำเนินการตามกฎหมาย
๒. เพื่อให้การรักษาความมั่นคงภายใน มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
๓. เพื่อเสริมการปฏิบัติในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนในพื้นที่
๔. เพื่อให้การพิสูจน์ทราบฝ่ายเรือในลำแม่น้ำโขงง่ายต่อการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่

ในปีงบประมาณ ๒๕๔๗ โดยในขั้นต้น ไม่มีงบประมาณสนับสนุน นรข. จึงได้พยายามหางบประมาณมาดำเนินการเป็นการภายใน ด้วยการจัดให้มีการจัดตั้งหมู่บ้านตัวอย่างการจัดระเบียบเรือขึ้น เพื่อเป็นหมู่บ้านนำร่อง (PILOT PROJECT) โดยจัดตั้ง ๓ หมู่บ้านตัวอย่าง ขึ้นที่ บ.สีกายใต้ (TE ๖๑๘๘๒) ต.สีกาย อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย บ.หลักศิลาเหนือ (VD ๗๐๕๘๐๔) ม.๔ ต.พระกลางทุ่ง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม และ บ.บุ่งซวย (WC ๑๑๘๗๘๐) ม.๒ ต.เขมราฐ อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี
แนวทางการดำเนินงาน
จัดตั้งเป็นหมู่บ้านตัวอย่าง ๑ หมู่บ้าน/๑ ศูนย์อำนวยการเขต ฯ (เว้น นรข.เขตเชียงราย) อยู่ในการกำกับดูแลของ ศูนย์อำนวยการทั่วไป โดยจัดให้มีการประชุมสัมมนาคณะทำงานจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง/แกนนำหมู่บ้านตัวอย่าง เข้าดำเนินการจัดตั้งหมู่บ้านตัวอย่างและประกาศเป็นหมู่บ้านตัวอย่าง โดยมีรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินการ ๕ ขั้นตอน ดังนี้
๑) ขั้นตอนที่ ๑ ศึกษาผลกระทบต่อวิถีชีวิตของราษฎรที่อาศัยตามลำแม่น้ำโขง และรวบรวมสรุปผลการศึกษา
๒) ขั้นตอนที่ ๒ ดำเนินการสำรวจข้อมูลเรือของราษฎรไทยตามลำแม่น้ำโขง เพื่อจัดทำระบบฐานข้อมูลเรือ เพื่อนำมากำหนดหมายเลขควบคุมเรือ และดำเนินการจัดตั้งระบบเครือข่ายฐานข้อมูล
๓) ขั้นตอนที่ ๓ ออกบัตรข้อมูลประจำเรือชั่วคราว สำรวจข้อมูลเพิ่มเติมและแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องทันสมัย คัดเลือกและรวบรวมข้อมูลหมู่บ้านเป้าหมาย โดยดำเนินการดังนี้
ก) ออกบัตรข้อมูลเรือชั่วคราวแจกจ่ายให้ราษฎร และประชาสัมพันธ์ให้เกิดความเข้าใจในความจำเป็นที่ทางราชการต้องดำเนินการจัดระเบียบเรือในลำแม่น้ำโขง โดยมุ่งเน้นให้ราษฎรเห็นถึงผลประโยชน์ทางตรงที่ราษฎรจะได้รับหลังจากการจัดระเบียบเรือเรียบร้อยแล้ว
(๑) ออกหมายเลขควบคุมประจำเรือ และรณรงค์ให้ราษฎรติดที่บริเวณหัวเรือ และจัดทำบัตรข้อมูลเรือชั่วคราวแจกจ่ายให้กับราษฎร
(๒) สำรวจเก็บข้อมูลที่ตกค้าง และปรับปรุงแก้ไขข้อมูลเดิมให้ถูกต้องสมบูรณ์
(๓) ทดลองการใช้งานระบบเครือข่ายฐานข้อมูล
ข) รวบรวมข้อมูลความพร้อมและคัดเลือกหมู่บ้านเป้าหมาย
(๑) รวบรวมข้อมูลความพร้อมของหมู่บ้านเป้าหมายที่จะดำเนินการ
- ความพร้อมในการให้ความร่วมมือ ให้ข้อมูลแก่ทางราชการอย่างพร้อมเพียง
- รวบรวมข้อมูลทางภูมิประเทศ เช่น ลักษณะลำน้ำ ช่องทางเข้าออกทางน้ำ เป็นต้น
- จัดทำผังบริเวณขอบเขตของพื้นที่ดำเนินโครงการ
- รวบรวมการกระทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้แม่น้ำโขง
- รวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการนำมาพิจารณากำหนดพื้นที่ห้ามเข้า ห้ามผ่าน หรือห้ามจอดเรือในลำแม่น้ำโขง
- กำหนดตำบลที่ เป็นจุดจอดเรือประจำหมู่บ้าน
- วิเคราะห์ข้อมูลทางด้านจิตวิทยาว่าราษฎรจะให้ความร่วมมือสำเร็จได้เพียงใด หากมีค่าความสำเร็จที่ต่ำต้องหาแนวทางแก้ไข โดยเฉพาะการสร้างแรงจูงใจ
(๒) การคัดเลือกหมู่บ้านเป้าหมาย
- ควรเป็นหมู่บ้านที่ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งเป็นชุมชนเข้มแข็งมาแล้ว ซึ่งจะเป็นโครงการของหน่วยงานใดก็ได้ หรือเป็นหมู่บ้านที่กำลังดำเนินการจัดตั้งเป็นชุมชนเข้มแข็งมาแล้ว และมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จ
- เป็นหมู่บ้านที่มีความสามัคคีสูง มีความเสียสละเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยมีการจัดตั้งกลุ่มต่าง ๆ ขึ้นมาแล้วเพื่อประโยชน์ด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งหากมีการตั้งกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับการใช้แม่น้ำโขงอยู่แล้วก็จะเป็นการดี เช่น กลุ่มประมง กลุ่มเรือรับจ้าง กลุ่มทำการเกษตรกรรมริมฝั่งแม่น้ำโขง เป็นต้น
- ควรเป็นหมู่บ้านที่มีคณะกรรมการหมู่บ้านกลาง
- ผู้นำชุมชนเป็นที่เชื่อถือของราษฎรในหมู่บ้าน และเต็มใจที่จะให้ความร่วมมือสนับสนุนการดำเนินการ
๔) ขั้นตอนที่ ๔ การจัดตั้งหมู่บ้านจัดระเบียบเรือในลำแม่น้ำโขง
ก) การประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเข้าดำเนินการ
(๑) ประสาน ทภ.๒ และ/หรือ จังหวัด ในการสั่งการให้หน่วยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมดำเนินการจัดหมู่บ้านจัดระเบียบเรือในลำแม่น้ำโขง
(๒) ประสานหน่วยราชการในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องตามสั่งการของ ทภ.๒ และ/หรือจังหวัด โดยให้มีการประชุมซักซ้อมความเข้าใจในการดำเนินการ และให้การสนับสนุนการดำเนินการของศูนย์อำนวยการเขต
(๓) ประสานขอวิทยากรจากหน่วยงานที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบความสำเร็จในการดำเนินการเกี่ยวกับโครงการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน มาร่วมเป็นเจ้าหน้าที่โครงการหรือที่ปรึกษาเฉพาะด้าน
(๔) ประสานผู้นำชุมชน และกรรมการ/กลุ่มแกนนำชุมชน ในการที่จะเข้ามาร่วมดำเนินการ พร้อมกับการสร้างความเข้าใจในระดับผู้นำชุมชนก่อน เพื่อให้เกิดความร่วมมือ และชักนำชุมชน
(๕) จัดการประชุมร่วมระหว่างหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับแกนนำชุมชน เพื่อซักซ้อมความเข้าใจการดำเนินการ โดยเฉพาะประโยชน์ที่ประเทศชาติและชุมชนจะได้รับ
ข) จัดตั้งหมู่บ้านจัดระเบียบในลำแม่น้ำโขง
(๑) จัดตั้งกลุ่มราษฎรในชุมชนเป็นแกนนำในการดำเนินการโดยอยู่ในความควบคุม และคำแนะนำของศูนย์อำนวยการเขตที่ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของทางราชการ
(๒) จัดให้มีการอบรมให้กับกลุ่มราษฎรที่ใช้ประโยชน์จากลำแม่น้ำโขง ได้เข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องจัดระเบียบเรือในลำแม่น้ำโขง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และชุมชนที่ได้ดำเนินการแล้วสมบูรณ์
(๓) จัดการประชุมระหว่างหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มแกนนำชุมชน ในการจัดระเบียบเรือในลำแม่น้ำโขง โดยจุดประสงค์ของการประชุมต้องการให้เกิดประชามติในการกำหนดจุดจอดเรือประจำหมู่บ้าน กำหนดพื้นที่ห้ามเข้า ห้ามผ่าน หรือห้ามจอดเรือในลำแม่น้ำโขง
(๔) จัดการประชุมเพื่อหาประชามติ ที่จะออกเป็นกฎการใช้แม่น้ำโขงของชุมชนนั้น เช่น ห้วงเวลา กฎ/ระเบียบ และมาตรการที่จะบังคับใช้ ซึ่งจะทำให้การกำหนดจุดจอดเรือประจำหมู่บ้าน กำหนดพื้นที่ห้ามเข้า ห้ามผ่าน หรือห้ามจอดเรือในลำแม่น้ำโขงมีผลเป็นรูปธรรม
(๕) เสริมสร้างความสะดวก และความมั่นใจในความปลอดภัยในการการใช้ประโยชน์ในลำแม่น้ำโขงให้กับราษฎรไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งราษฎรไทยต้องไม่มีความรู้สึกว่าเสียเปรียบราษฎรของประเทศเพื่อนบ้านในการใช้ประโยชน์ในลำแม่น้ำโขง เนื่องจากเป็นผลกระทบมาจากการดำเนินการจัดระเบียบเรือในลำแม่น้ำโขง
(๖) ตรวจสอบความพร้อมที่จะประกาศเป็นหมู่บ้านจัดระเบียบในลำแม่น้ำโขง โดยมี องค์ประกอบดังนี้
- มีประชามติที่ประกาศเป็นกฎการใช้แม่น้ำโขงแล้วโดยเป็นที่ยอมรับของราษฎรในชุมชน
- มีการกำหนดจุดจอดเรือประจำหมู่บ้าน กำหนดพื้นที่ห้ามเข้า ห้ามผ่าน หรือห้ามจอดเรือในลำแม่น้ำโขงแล้ว และจัดทำป้ายต่าง ๆ ติดตั้งในตำบลที่แล้ว
- มีการติดหมายเลขควบคุมเรือตามเรือต่าง ๆ และเก็บในระบบฐานข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
- สรุปปัญหาข้อขัดข้อง แล้วระดมความคิดหาแนวทางการแก้ปัญหาและเข้าดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จโดยทันที
๕) ขั้นตอนที่ ๕ ประกาศเป็นหมู่บ้านจัดระเบียบเรือในลำแม่น้ำโขง และติดตามผลพร้อมกับการเสริมสร้างให้เกิดความยั่งยืน
ก) จัดให้มีการประกาศ และเปิดป้ายอย่างเป็นทางการ ทุกหน่วยงานราชการในท้องที่ต้องให้ความยอมรับและเชื่อถือในความเป็นหมู่บ้านจัดระเบียบเรือในลำแม่น้ำโขง ด้วยการอำนวยความสะดวก และดูแลสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้จากการใช้ประโยชน์ในลำแม่น้ำโขงของราษฎร ในชุมชนนั้นเป็นพิเศษ ทั้งนี้ต้องอยู่ในขอบเขตของกฎหมายที่กำหนด และสิทธิของราษฎรไทยตามรัฐธรรมนูญซึ่งจะเป็นผลทางด้านจิตวิทยาชุมชน ทำให้เกิดแรงจูงใจให้หมู่บ้านอื่น ๆ เกิดความต้องการที่จะเข้าร่วมในการดำเนินการจัดระเบียบเรือด้วยความเต็มใจ
ข) ติดตามผลพร้อมกับการเสริมสร้างให้เกิดความยั่งยืน โดยการจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปรวบรวมปัญหาและช่วยแก้ปัญหา
“โง่ เลว จน เจ็บ”
จุดแข็งประเทศไทย 1. ที่ตั้ง จะว่าอยู่ใจกลางโลกก็ว่าได้ เพราะรอบข้างมีแต่ประเทศที่มีประชากรมาก เช่น อินเดีย 1,200 ล้านคน จีน 1,400 ล้านคน ญ...
-
ได้มีโอกาสจาก กพร.ทร. ให้ร่วมเดินทางกับคณะอนุกรรมการประสานงานต่างประเทศ (อปต.) ในคณะกรรมการปฏิบัติการจิตวิทยาแห่งชาติ ที่มี ผบ.สส. เป็นประธา...
-
จุดแข็งประเทศไทย 1. ที่ตั้ง จะว่าอยู่ใจกลางโลกก็ว่าได้ เพราะรอบข้างมีแต่ประเทศที่มีประชากรมาก เช่น อินเดีย 1,200 ล้านคน จีน 1,400 ล้านคน ญ...
-
โพสนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง ไม่ได้อยู่ฝ่ายการเมืองใด แต่จะขอพูดเฉพาะประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเรือดำน้ำในมุมของคนที่ทำงานอยู่ในทะเลมาเกือบทั้งชีวิ...